การให้อภัย
Psychology,  Self-Improvement

ให้อภัยเขา เพื่อตัวเราเอง

เราแต่ละคนต่างก็เคยมีประสบการณ์การโดนทำร้ายจิตใจมาก่อน ไม่ว่าจากคนในครอบครัว เพื่อน คนที่รู้จัก คนแปลกหน้า หรือแม้กระทั่งตัวเราเอง เราอาจจะโดนว่ากล่าว หักหลัง ทำให้ผิดหวัง ทำร้ายจิตใจในรูปแบบต่างๆ บางครั้งความเจ็บปวดทางจิตใจก็มีมากจนคุณรู้สึกว่า มันเป็นไปไม่ได้เลยที่คุณจะสามารถให้อภัยคนที่ทำร้ายจิตใจของคุณได้ เช่น การโดนคนรักนอกใจ การโดนบูลลี่ที่รุนแรง การต้องตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมบางอย่าง และเป็นธรรมดาที่สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณโกรธและเสียใจ บางครั้งถึงแม้สิ่งที่ทำให้คุณโกรธหรือเสียใจจะผ่านไปนานแล้วแต่คุณก็ยังคงกลับไปคิดถึงมันซ้ำๆและทุกครั้งที่คิดถึงก็ยังคงทำให้คุณรู้สึกแย่อยู่ แต่คุณก็ไม่สามารถปล่อยวางได้

การยึดติดอยู่กับเหตุการณ์ที่ทำให้คุณโกรธหรือเสียใจ นอกจากทำให้คุณไม่มีความสุขแล้ว ยังทำให้คุณไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันได้อย่างเติมที่ และใช้พลังงานไปกับสิ่งที่คุณให้ความสำคัญจริงๆได้ การปล่อยวางและให้อภัยจึงเป็นทางเลือกนึงที่เราสามารถทำได้เพื่อที่เราจะได้เดินต่อไปข้างหน้าได้อย่างมีความสุขมากขึ้น

ฝนถือว่าตัวเองเป็นคนโชคดีที่ฝนนั้นเป็นคนมีนิสัยให้อภัยได้ง่าย (บวกกับความขี้ลืม) ให้อภัยได้ทุกอย่าง ทำให้ไม่มีความโกรธแค้นใครอยู่ในใจ ตอนวัยรุ่น (สมัยสาวๆ ฮ่าๆๆ) เหมือนเคยอ่านหนังสือเล่มนึงที่บอกว่า การเก็บความโกรธแค้นไว้ในใจก็เหมือนการจุดไฟเผาบ้านตัวเองเพื่อฆ่าหนูหนึ่งตัว จำได้ว่าตอนนั้นรู้สึกว่าการจุดไฟเผาบ้านเพื่อฆ่าหนูดูไม่คุ้ม ไม่สมเหตุสมผลเลย ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาเวลาที่รู้สึกโกรธ ฝนก็ยังปล่อยให้ตัวเองรู้สึกโกรธอยู่ แต่แค่แป๊บเดียว จากนั้นก็หาวิธีปลดปล่อยพวกเขาไป

“Forgiveness is not an occasional act, it is a constant attitude.” ― Martin Luther King Jr.

การให้อภัยคืออะไร

ก่อนที่เราจะมาเรียนรู้วิธีที่จะทำให้เราสามารถให้อภัยผู้อื่นและตนเองได้นั้น เราลองมาดูกันก่อนดีกว่าค่ะว่าจริงๆแล้วการให้อภัยคืออะไรกันแน่ การให้อภัยหมายถึงการปล่อยวางความรู้สึกไม่พอใจ ความโกรธ ความคับแค้นใจ ที่คุณมีต่อผู้อื่นหรือตัวเอง การให้อภัยอาจจะเป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายสำหรับบางคนแต่ไม่ง่ายเลยสำหรับหลายๆคน บางครั้งเราก็ต้องให้อภัยคนที่เรารู้สึกว่าพวกเขาไม่ควรค่าแก่การให้อภัยของเรา การให้อภัยเป็นกระบวนการที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไป มีหลายขั้นตอน และคุณสามารถทำมันได้ฝั่งเดียว ไม่จำเป็นต้องรวมคนที่คุณต้องการให้อภัยด้วยในเส้นทางการให้อภัยของคุณ

  • การปล่อยวางและการให้อภัยไม่ได้หมายถึงการที่คุณต้องลืมเรื่องที่เกิดขึ้น หรือมันจะช่วยให้คนที่ทำให้คุณโกรธหรือเสียใจเปลี่ยนนิสัยของพวกเขา นั่นเป็นสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมของคุณ แต่การให้อภัยจะช่วยให้คุณเดินต่อไปข้างหน้าในชีวิตได้อย่างโล่งสบายมากขึ้น
  • การให้อภัยไม่ได้หมายถึงคุณต้องไม่รู้สึกแย่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • การให้อภัยไม่ได้หมายความว่าคุณต้องบอกคนที่คุณให้อภัยว่าคุณให้อภัยเขาแล้วนะ
  • การให้อภัยไม่ได้หมายถึงคุณต้องยอมให้คนที่ทำร้ายคุณยังคงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ
  • การให้อภัยไม่ใช่สิ่งที่คุณทำเพื่อคนอื่น….คุณทำเพื่อตัวคุณเอง

ทำไมเราควรให้อภัยตัวเองและผู้อื่น

งานวิจัยหลายๆงานวิจัยพบว่าการให้อภัยนั้นส่งผลดีทั้งต่อสุขภาพกายและสุขภาพใจของเรา การให้อภัยช่วยลดความซึมเศร้า ความวิตกกังวล ความโกรธ และอาการบางอาการของโรค PTSD

การมีความรู้สึกเคืองโกรธ คาดแค้นอยู่ในใจ ทำให้คุณต้องใช้พลังงานไปกับพวกเขาแทนที่จะได้ใช้พลังงานของคุณไปกับสิ่งที่สำคัญกับชีวิตของคุณ แต่ในขณะเดียวกันหากคุณยังไม่พร้อม คุณก็ไม่จำเป็นต้องฝืนตัวเองว่าต้องให้อภัยผู้อื่น ถึงแม้ว่าคนรอบตัวคุณจะบอกว่าคุณต้องปล่อยวางนะ ต้องให้อภัยนะ หากคุณยังไม่พร้อมก็ไม่จำเป็นต้องกดดันตัวเอง เพราะการบังคับตัวเองให้พยายามให้อภัยคนที่ทำร้ายคุณนั้นอาจจะยิ่งทำให้คุณรู้สึกแย่กว่าเดิม โกรธมากขึ้นกว่าเดิม คุณสามารถค่อยๆให้เวลากับตัวเองในเส้นทางการให้อภัยของคุณได้ เดินตามความเร็วที่คุณสบายใจ และรับรู้ว่าคุณอยากให้อภัยเพื่อตัวของคุณเอง เพราะคุณอยากเป็นอิสระจากอารมณ์ความโกรธ ความคับแค้นใจเหล่านี้แล้ว และอยากใช้พลังงานของคุณโฟกัสไปที่สิ่งที่สำคัญต่อคุณแทน

วิธีการฝึกการให้อภัย

วิธีการฝึกการให้อภัยที่แนะนำโดย Robert Enright นักจิตวิทยาและนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญและผู้ริเริ่มศึกษาเกี่ยวกับจิตวิทยาของการให้อภัย

1.เตรียมตัวเองให้พร้อมสำหรับการให้อภัย

ก็เหมือนกับการสร้างกล้ามเนื้อให้ร่างกาย เราสามารถฝึกตัวเองให้เป็นคนที่สามารถให้อภัยผู้อื่นได้ด้วยการค่อยๆเริ่มฝึกรูทีนวันละเล็กวันละน้อย

  • คุณอาจจะเริ่มด้วยอะไรง่ายๆเช่น การหยุดตัวเองไม่ให้พูดด้านลบเกี่ยวกับคนที่ทำร้ายจิตใจของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งดีๆเกี่ยวกับเขา แค่เมื่อจับได้ว่าตัวเองกำลังจะคอมเม้นว่ากล่าวด้านลบเกี่ยวกับเขา คุณก็หยุดตัวเองเอาไว้
  • ฝึกการยอมรับว่าคนเราแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่ละคนก็มีลักษณะเฉพาะของตัวเอง แต่ละคนมีจุดเด่นและจุดด้อยในตัวเอง รวมทั้งตัวเราเองด้วย
  • แสดงความรักความมีน้ำใจแก่ผู้อื่นเล็กๆน้อยๆในแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นการยิ้มให้คนแปลกหน้า การช่วยคนแก่ข้ามถนน การแสดงความรักความมีน้ำใจเล็กๆน้อยๆเหล่านี้ก็ช่วยเสริมสร้างจิตใจที่มีความเมตตาของคุณให้แข็งแรงขึ้น

2. ตระหนักรู้และยอมรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

ก่อนที่เราจะเริ่มกระบวนการในการให้อภัยผู้อื่นนั้น ก่อนอื่นเราต้องตระหนักรับรู้ได้ถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นในจิตใจของตัวเองก่อน ลองใช้เวลาพิจารณาความรู้สึกและความคิดของตัวเอง รับรู้และยอมรับอารมณ์ที่คุณมีอยู่

ความเจ็บปวดทางจิตใจนั้นสามารถแสดงออกได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นความวิตกกังวล ซึมเศร้า ขาดความไว้วางใจในผู้อื่น ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง มองโลกในแง่ลบ ลองพิจารณาว่าปัจจุบันตัวเองกำลังแสดงออกความเจ็บปวดทางจิตใจของคุณ ซึ่งเป็นผลมาจากที่คุณโดนผู้อื่นทำร้ายจิตใจของคุณในรูปแบบไหน

3. ฝึกการให้อภัยผ่านการเห็นอกเห็นใจ

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการวิจัยและพบว่าเมื่อเราจินตนาการว่าเราให้อภัยผู้อื่น จะมีการทำงานในสมองส่วนเดียวกันกับสมองส่วนที่ใช้เวลาที่เรารู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น นั่นหมายถึงความเห็นอกเห็นใจน่าจะเกี่ยวข้องกับการให้อภัย

หากคุณลองพิจารณาคนที่ทำร้ายจิตใจของคุณให้ลึกขึ้น หลายๆครั้งคุณก็จะเห็นบาดแผลทางจิตใจของเขา หรือเหตุการณ์ที่ทำให้เขากลายเป็นคนแบบที่เขาเป็น การรับรู้ว่าเราแต่ละคนต่างก็มีบาดแผลในจิตใจของตัวเอง จะช่วยให้การให้อภัยของเราทำได้ง่ายขึ้น ลองพิจารณาคนที่ทำร้ายจิตใจของคุณดูอีกครั้ง รับรู้ว่าเราทุกคนต่างก็มีข้อดีข้อเสียในตัวของเราเอง

4. หาความหมายจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

เราสามารถมองหาความหมายจากทุกๆสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตเราได้ ลองถามตัวเองดูว่าตัวเองได้เรียนรู้อะไรบ้างจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มุมมองต่อโลก ต่อชีวิต และต่อผู้อื่นของคุณเปลี่ยนไปยังไงบ้าง มีอะไรดีๆที่คุณพอจะเห็นบ้างมั้ยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ คุณเติบโตขึ้นจากเหตุการณ์มนครั้งนี้ยังไงบ้าง

การลองหาความหมายจากเหตุการณ์ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นไม่ได้หมายถึงคุณต้องไม่รู้สึกความรู้สึกที่คุณมี ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก โกรธ ผิดหวัง เสียใจ คุณยังคงสามารถรู้สึกความรู้สึกเหล่านี้ได้อยู่ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะรู้สึกแย่เมื่อมีคนมาทำอะไรบางอย่างที่ทำร้ายจิตใจเรา ยอมรับให้ตัวเองรู้สึกความรู้สึกเหล่านั้นแต่ขณะเดียวกันก็ลองมองหาความหมายจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น

5. ฝึกให้อภัยกับสิ่งที่สามารถให้อภัยได้ง่ายๆก่อน

หากคุณรู้สึกว่าคุณพร้อมแล้วที่จะให้อภัยคนที่ทำร้ายจิตใจของคุณ คุณอยากที่จะให้อภัยพวกเขา แต่เมื่อคุณลองทำจริงๆกลับพบว่ามันไม่ง่ายเลย คุณไม่สามารถที่จะปล่อยวางความเจ็บปวดที่พวกเขาทำร้ายคุณได้ ก็ให้รู้ว่ามันเป็นเรื่องธรรมดา การให้อภัยในหลายๆสถานการณ์นั้นไม่ง่ายเลย หากคุณรู้สึกว่าคุณยังให้อภัยคนคนนั้นไม่ได้จริงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องรู้สึกว่าตัวเองล้มเหลวในการพยายามที่จะให้อภัยผู้อื่นของคุณ บาดแผลทางจิตใจบางอย่างต้องใช้เวลา และการให้อภัยเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา ความอดทนและความตั้งมั่นในจิตใจ

หากคุณพบว่าเส้นทางในการให้อภัยผู้อื่นของคุณนั้นไม่ง่ายเลย คุณอาจลองห้อมล้อมตัวเองด้วยบุคคลที่ให้พลังด้านบวกแก่คุณ คุณอาจจะลองฝึกการให้อภัยกับสิ่งที่สามารถให้อภัยได้ง่ายๆหรือคนที่คุณสามารถให้อภัยได้ง่ายๆก่อน

แบบฝึกหัด : เขียนจดหมายหาคนที่คุณอยากให้อภัย เขียนความรู้สึก ความคิด อารมณ์ต่างๆของคุณออกมา คุณไม่ต้องส่งจดหมายนี้ให้เขา จากนั้นลองเขียนจดหมายฉบับที่สอง โดยใช้มือข้างที่ไม่ถนัดเขียน การเขียนในลักษณะนี้จะช่วยให้คุณลดการใช้ความคิดเชิง analytics ระหว่างที่ได้ทบทวนความรู้สึกของตัวเอง การเขียนจะช่วยให้คุณสามารถดึงตัวเองออกมาจากความคิดและความรู้สึกของคุณ คุณจะได้มีโอกาสถอยออกมามองสิ่งที่เกิดขึ้นจากระยะที่ห่างออกมาอีกหน่อย

6. ให้อภัยตัวเอง

นากจากความเจ็บปวดจากการกระทำของผู้อื่น ในหลายๆครั้งเราก็รู้สึกเจ็บปวด ผิดหวัง หรือโกรธกับการกระทำบางอย่างของตัวเอง ดังนั้นการให้อภัยตัวเองจึงสำคัญไม่น้อยกว่าการให้อภัยผู้อื่น

คุณสามารถฝึกการให้อภัยตัวเองได้ด้วยการยอมรับว่าคุณเป็นคนธรรมดาๆคนหนึ่ง ไม่สามารถที่จะทำทุกอย่างให้เพอร์เฟคได้ เมื่อคุณให้อภัยตัวเองได้แล้ว คุณอาจจะต้องมองหาโอกาสที่จะขอโทษผู้อื่นหากการกระทำของคุณได้ทำร้ายจิตใจของพวกเขาไม่ทางใดทางนึง พวกเขาไม่จำเป็นต้องให้อภัยคุณหากเขายังไม่พร้อม แต่คุณได้ทำส่วนที่คุณทำได้ ส่วนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณ นั่นคือการขอโทษในการกระทำที่คุณได้ทำไป

Takeaway:

การให้อภัยไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องทำเพื่อที่ลืมเหตุการณ์ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น คุณยังสามารถจดจำและเรียนรู้จากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นได้ แต่คุณให้อภัยเพื่อปลดปล่อยตัวเองให้เป็นอิสระจากความรู้สึกเคืองแค้น อารมณ์โกรธ ไม่พอใจ เสียใจ เพื่อที่คุณจะได้ใช้พลังงานชีวิตของคุณไปโฟกัสที่สิ่งที่สำคัญต่อคุณจริงๆแทน สิ่งที่คุณให้คุณค่าในชีวิต เพื่อที่คุณจะได้ใช้พลังงานไปในการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นในด้านต่างๆ คุณให้อภัยผู้อื่นไม่ใช่เพื่อที่จะทำให้ผู้อื่นรู้สึกดีขึ้นที่ได้รับการให้อภัย แต่คุณให้อภัยพวกเขาเพื่อตัวของคุณเอง

It’s one of the greatest gifts you can give yourself, to forgive. Forgive everybody. Maya Angelou

อ้างอิง
https://greatergood.berkeley.edu/article/item/eight_keys_to_forgiveness
https://www.psychologytoday.com/au/blog/mindful-anger/201409/how-do-you-forgive-even-when-it-feels-impossible-part-1
https://www.apa.org/pubs/books/interviews/4441016-enright

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *