รีวิวหนังสือ Turtles All The Way Down
Books

รีวิวหนังสือ Turtles All The Way Down

“Life is a series of choices between wonders.” – Davis Pickett, Turtles All The Way Down


มาหล่ะจ้าาาาา รีวิวหนังสือที่เป็นรีวิวหนังสือจริงๆเล่มแรกของฝน ฮ่าๆๆ ปกติฝนก็มีรีวิวหนังสือบ้างเล็กๆน้อยๆเป็นประโยคสั้นๆใน Facebook แต่ไม่เคยตั้งใจเขียนเป็นเขียนรีวิวจริงจังซักที สำหรับหนังสือเล่มแรกที่อยากรีวิว จริงๆคิดอยู่นานมากกกกก ว่ารีวิวเล่มไหนดี เพราะมีหลายเล่มที่ชอบ แต่ตัดสินใจเลือกเล่มนี้เพราะรู้สึกว่าเหมาะกับทุกเพศทุกวัยและอ่านง่าย

Turtles All The Way Down เป็นหนังสือเล่มแรกที่ฝนอ่านในปี 2018 ได้มาจากไปเดินเล่นที่เอเชียบุ๊คส์ที่เมญ่า ห้างสรรพสินค้าในเชียงใหม่ ฝนกับสามี (อาร์ชี่) ชอบเดินเล่นรอในร้านหนังสือหรือบางครั้งก็โซนเล่นเกมเวลาที่ต้องรอเวลาเข้าโรงหนัง ช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงที่ฝนกำลังตามอ่านหนังสือของมุราคามิ เลยไม่ได้สนใจโซนหนังสือออกใหม่มาก ตรงไปหาหนังสือของมุราคามิเลย ซักพักอาร์ชี่ก็เดินมาบอกว่า John Green ออกหนังสือเล่มใหม่ เพราะนางรู้ว่าฝนชอบอ่านหนังสือของ John Green


John Green เป็นนักเขียนที่เขียนหนังสือประเภทวรรณกรรมสำหรับเยาวชน (Young Adult) หนังสือเล่มแรกที่ฝนอ่านของเขาคือ Looking for Alaska ช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงที่หัดอ่านนิยายภาษาอังกฤษ แล้วหนังสือของเขาก็อ่านง่ายแต่ตัวละครและเนื้อเรื่องมีความซับซ้อนน่าสนใจ หนังสืออีกสองเล่มของเขาที่ฝนอ่านแล้วอยากแนะนำเช่นกันค่ะคือ  Paper Towns และ The Fault in Our Stars น่าจะมีเวอร์ชั่นที่แปลเป็นภาษาไทยอยู่นะคะ ไม่แน่ใจ เขาเขียนหนังสือแค่ 7 เล่ม ว่าแล้วฝนควรไปตามเก็บอ่านให้ครบทุกเล่ม 555

และด้วยความเชื่อใจในตัวนักเขียน ฝนก็ไม่ได้เสริชอ่านรีวิวอะไรเลยก่อนซื้อ ปกติถ้าเป็นนักเขียนที่ไม่เคยอ่านหนังสือของเขามาก่อน ฝนจะตามอ่านรีวิวซัพพักก่อนซื้อหนังสือค่ะ ฝนเลยได้ Turtles All The Way Down เป็นปกแข็งกลับมาอ่านที่บ้าน พออ่านเสร็จก็ไปหาอ่านรีวิวดูการตีความหมายเนื้อเรื่องของนักอ่านคนอื่นๆ แล้วก็ไปเจอว่าคุณลุงบิล เกตส์ ก็อ่านและแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ส่วนรีวิวหนังสือบนเว็บของคุณลุงเช่นกัน ลุงบิลบอกว่าลูกของลุงเป็นแฟนคลับของ John Green และแนะนำงานเขียนของเขาให้ลุงอ่าน ลุงเลยมีโอกาสได้อ่านงานของ John Green หลายเล่ม และเล่มนี้เป็นเล่มที่ทุกคนในครอบครัวชื่นชอบ ลูกสาวของลุงบิล Phoebe บอกว่าเธอก็ต้องโตมาด้วยอาการของโรคย้ำคิดย้ำทำเลยทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของตัวเอกในเรื่อง นอกจากนั้นด้วยความที่เธอเป็นลูกของลุงบิล ทำให้เธอก็มักจะต้องระแวงเสมอเวลาที่มีคนเข้ามาทำความรู้จักกับเธอว่าเขาทำไปเพราะเธอเป็นลูกของลุงบิลหรือเปล่า ไม่ได้เป็นเพราะพวกเขาอยากรู้จักเธอจริงๆ เธอจึงเข้าใจความรู้สึกของ Davis ตัวละครอีกตัวในเรื่องเช่นกัน


เกริ่นมาเสียนานมาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่ะ 

ตัวละครเอกของหนังสือเล่มนี้คือ Aza Holmes วัยรุ่นผู้หญิงอายุ 16 ปี Aza มีอาการ OCD (Obsessive Compulsive Disorder) หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ และโรควิตกกังวล เธอมักกังวลเกี่ยวกับแผลที่นิ้วของเธอ ซึ่งเกิดจากการที่เธอใช้นิ้วโป้งแคะผิวของนิ้วกลางเพื่อเป็นการยืนยันว่าตัวเธอเองนั้นมีชีวิตอยู่ เธอทำอย่างนี้บ่อยๆจนมีแผลที่นิ้วกลางของเธอที่เธอต้องคอยทำความสะอาด ฆ่าเชื้อและแปะพลาสเตอร์ใหม่อยู่เรื่อยๆ


Aza เชื่อว่าร่างกายของเธอนั้นเต็มไปด้วยแบคทีเรีย แล้วเธอก็มักจะคิดสงสัยว่าแบคทีเรียทำให้ความคิดเธอติดเชื้อได้ด้วยหรือเปล่านะ แล้วถ้าความคิดเธอติดเชื้อ มันยังเป็นความคิดของเธออยู่หรือเปล่านะ หรือจริงๆมันคือสิ่งที่เกิดจากแบคทีเรีย แล้วเธอคือใครกันแน่ เธอมีชีวิตจริงๆหรือเปล่า อาการหมกมุ่นของเธอทำให้เธอมีปัญหาในการเข้าสังคม เพราะเธอมักจะคิดถึงเรื่องแผล เรื่องเชื้อโรค และคิดซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของตัวเอง  การอธิบายซีนที่เป็นความคิดของ Aza ของนักเขียน John Green นั้นละเอียดมากจนสามารถทำให้เรารู้สึกความรู้สึกของเธอได้ นักเขียนพยายามทำให้เราเห็นได้ว่าคนที่ต้องอยู่กับอาการของโรคนี้ต้องมีความรู้สึกยังไง ความลำบากของ Aza ในการรับมือกับโรคนี้เป็นส่วนหลักๆของหนังสือ 


เนื้อเรื่องเริ่มต้นด้วยเหตุการณ์ที่เศรษฐีในเมืองชื่อ Russell Pickett  หายตัวไป  และมีการประกาศจะให้รางวัลจำนวน $100,000 (ประมาณ 3 ล้านบาท) สำหรับคนที่ให้เบาะแส Aza กับเพื่อนสนิทของเธอชื่อ  Daisy เลยอยากลองตามหาตัวเศรษฐี พวกเธอเริ่มหาเบาะแสโดยการไปที่บ้านของเศรษฐี เลยทำให้ Aza ได้เจอ เริ่มใช้เวลาและตกหลุมรักกับลูกชายของเศรษฐีชื่อ Davis ตอนแรกๆ Davis ก็สงสัยในเจตนาของ Aza เพราะเขามักเจอกับคนที่เข้ามาตีสนิทกับเขาเพียงเพราะต้องการได้ผลประโยชน์จากความร่ำรวยของพ่อของเขา  พ่อของ Davis ค่อนข้างแปลกอยู่ค่ะ เขาทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินทั้งหมดให้ตัวกิ้งก่าสัตว์เลี้ยงของเขาแทนที่จะให้ลูกชายทั้งสองคนของตัวเอง


ในการอ่านหนังสือเล่มนี้ผู้อ่านจะรู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในหัว กับบทสนทนาของ Aza กับตัวเองซึ่งบางครั้งก็จะเหนื่อยมากเมื่อเธอเข้าสู่โหมดการย้ำคิดของเธอ คิดซ้ำไปซ้ำมาเรื่องเชื้อโรค เรื่องความวิตกกังวลของเธอ ธีมหลักของหนังสือจะเป็นการที่ John Green พยายามสื่อให้เห็นว่าคนที่ต้องอยู่กับอาการของโรคนี้เขารู้สึกยังไง เขาคิดยังไง ตัวของนักเขียน John Green เองก็ต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาการของ OCDและโรควิตกกังวลเช่นกัน ก็น่าจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้เขาสามารถอธิบายความรู้สึกความคิดของ Aza ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ยังไงก็ตามด้วยความที่เป็นหนังสือที่ John Green เขียนเราก็ยังจะได้ความฟินจากความโรแมนติกที่เกิดขึ้นของ Aza และ Davis สัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยที่พวกเขามีให้ต่อกันและกัน


ความชอบส่วนตัวของฝนจากความรู้สึกที่ฝังอยู่ในใจ


อย่างที่บอกว่าฝนอ่านหนังสือเล่มนี้เมื่อ 2 ปีก่อน ก็จะจำรายละเอียดไม่ได้เยอะ จำได้แต่ความรู้สึกที่ยังคงหลงเหลือเมื่อย้อนคิดถึงหนังสือเล่มนี้ นี่เป็นสิ่งที่ฝนใช้ในการจำหนังสือที่อ่านค่ะ ฮ่าๆๆ จำจากความรู้สึกที่เหลืออยู่ หนังสือเล่มไหนที่พอคิดถึงแล้วได้ความรู้สึกแบบไหนในความทรงจำ


สำหรับหนังสือเล่มนี้ ฝนชอบทุกซีนที่เป็นบทสนทนาของ Davis และ Aza ชอบบทกวีที่ Davis พูดถึง

ชอบอ่านบล็อกของ Davis จำได้ว่าตอนนั้นระหว่างอ่านหนังสือแล้วได้อ่านบล็อกของ Davis ก็รู้สึกอยากเขียนบล็อกของตัวเองขึ้นมา ฮ่าๆๆๆ


สิ่งที่ฝนได้เรียนรู้จากการอ่านหนังสือเล่มนี้

  • ความรักเป็นพลังสำคัญสำหรับคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับอาการป่วยในจิตใจ Aza ได้รับความรักอย่างมากจากแม่และ Daisy เพื่อนสนิทของเธอ และความรักจาก Davis ด้วยเช่นกัน Aza บอกว่ารักแรกเป็นสิ่งที่ช่วยพิสูจน์ให้เห็นว่าไม่ว่าคุณจะเป็นยังไงคุณก็สามารถรักและได้รับความรักได้


  • การต้องอยู่กับเพื่อนที่มีอาการของป่วยทางจิตใจนั้นต้องอาศัยความเข้าอกเข้าใจและความเสียสละอยู่อย่างมาก ในกรณีของ Daisy เพื่อนสนิทของ Aza ที่ถึงแม้ว่าเธอจะรักและแคร์ Aza มากแต่บางครั้งมันก็ยากสำหรับเธอที่จะเข้าใจ Aza และเธอก็ไม่ได้มีโอกาสได้แสดงได้พูดถึง ได้โชว์ความรู้สึกของตัวเองมาก เพราะ Aza ก็มักจะวุ่นวายอยู่กับเรื่องของตัวเอง 


  • บางช่วงเวลาถึงแม้ว่าเราจะรู้สึกว่า เราไม่สามารถเห็นว่าตัวเองจะมีอนาคตได้ยังไง และจใช้ชีวิตอยู่ต่อไปในระยะยาวได้ยังไงกับความไม่ปกติจากจิตใจของตัวเอง แต่ในที่สุดแล้วเราก็จะอยู่กับมันได้และมีชีวิตต่อไปได้ เหมือนอย่างที่ Aza ได้ทำ เธออยู่กับโรควิตกกังวลและการย้ำคิดย้ำทำของตัวเองได้ ในขณะเดียวก็ใช้ชีวิตเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ มีโมเมนต์ที่มีความสุข มีโมเมนต์ที่ป่วย แต่ชีวิตเธอก็ดำเนินต่อไป


คำพูดบางส่วนจากหนังสือที่ฝนชอบ


โทษทีน้าาาา ไม่ได้แปลให้ (^^)


“Your now is not your forever.” – Ms. Holmes 


“Dr. Karen Singh liked to say that a unwanted thought was like a car driving past you when you’re standing on on the side of the road, and I told myself I didn’t have to get into that car, that my moment of choice was not whether to have the thought, but whether to be carried away by it. And then I got in the car.” – Aza Holmes


“I would’ve told her that Davis and I never talked much, or even looked at each other, but it didn’t matter, because we were looking at the same sky together, which is maybe more intimate than eye contact anyway. Anybody can look at you. It’s quite rare to find someone who sees the same world you see.” – Aza Holmes


“You remember your first love because they show you, prove to you, that you can love and be loved, that nothing in this world is deserved except for love, that love is both how you become a person, and why.”- Aza Holmes


“Actually, the problem is that I can’t lose my mind,” I said. “It’s inescapable.” – Aza Holmes


Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *