รีวิวหนังสือ
Books

รีวิวหนังสือ What I Talk About When I Talk About Running

สวัสดีค่ะวันนี้ฝนมารีวิวหนังสือของมูราคามิที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้จัก เพราะไม่ได้เป็นหนังสือนิยายอย่างหนังสือดังๆเล่มอื่นของเขาค่ะ ฝนเริ่มเป็นแฟนหนังสือของมูราคามิมาได้เมื่อไม่กี่ปีนี่เอง แต่ก็พยายามตามอ่านหนังสือของเขา ถึงขั้นทำลิสต์รายชื่อหนังสือของเขาทั้งหมดและสถานะการอ่านของตัวเอง ฮ่าๆๆ ตอนนี้เก็บไปได้หลายเล่มและเหลืออยู่ 4 เล่มที่ยังไม่ได้อ่าน อิอิ

สำหรับหนังสือ What I Talk About When I Talk About Running ชื่อของหนังสือภาษาอังกฤษได้รับแรงบันดาลใจมาจากหนังสือรวบรวมเรื่องสั้นของ Raymond Carver ที่ชื่อว่า What We Talk About When We Talk About Love ตอนนี้หนังสือ What I Talk About When I Talk About Running ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วโดยคุณนพดล เวชสวัสดิ์ มีชื่อเป็นภาษาไทยว่า “เกร็ดความคิดบนก้าววิ่ง” ค่ะ

ฝนน่าจะอ่านหนังสือเล่มนี้จบไป 3-4 รอบแล้ว และแอบเอาคำคมที่ได้จากหนังสือไปเขียนในโปรไฟล์ของตัวเองในแอป Strava ซึ่งเป็นแอปวิ่ง คำคมนี้ค่ะ

“Pain is inevitable. Suffering is optional. Say you’re running and you think, ‘Man, this hurts, I can’t take it anymore. The ‘hurt’ part is an unavoidable reality, but whether or not you can stand anymore is up to the runner himself.”
ความเจ็บปวดนั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะเป็นทุกข์กับมันหรือไม่คือทางเลือกของเรา หากคุณกำลังวิ่งอยู่แล้วคุณคิดว่า โอ๊ยเจ็บจัง ฉันทนวิ่งต่อไปไหวแล้ว ส่วนที่ เจ็บ คือความจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่คุณจะอดทนวิ่งต่อได้มั้ยขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

หนังสือเล่มนี้ไม่ใช่หนังสือที่จะสอนคุณว่าวิ่งยังไง ทำยังไงถึงจะวิ่งได้ดีขึ้น ควรใช้แก็ดเจ็ตการวิ่งอะไรบ้าง แต่มันเป็นเหมือนชีวประวัติเล็กๆของมูราคามิและความสัมพันธ์ของเขากับการวิ่ง การเล่าเรื่องเป็นการเล่าเรื่องราวที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันในขณะที่เขากำลังเขียนหนังสือ ในการวิ่งของเขาในฮาวาย ญี่ปุ่น นิวยอร์ค บอสตัน และเอเธนส์ ในขณะเดียวกันเขาก็ย้อนกลับไปเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับอดีตของตัวเอง การผันตัวจากการเป็นเจ้าของบาร์แจ๊สที่ต้องนอนดึกๆตีสองตีสามตลอดหรือบางครั้งก็นอนเช้า มาเป็นนักเขียนผู้ตื่นเช้าและเข้านอนพร้อมพระอาทิตย์

ความรู้สึกอยากลองเขียนหนังสือของมูราคามิเกิดขึ้นในขณะที่เขานอนอยู่บนสนามหญ้าดูการแข่งขันเบสบอล แล้วเขาก็รู้สึกว่าเขาน่าจะแต่งนิยายได้ เขาเริ่มต้นการเขียนโดยการเขียนหลังปิดบาร์ดึกๆ ค่อยๆหาแนวเขียนของตัวเอง จุดนึงที่ฝนว่าน่าทึ่งดีก็คือหนังสือเล่มแรกของเขานั้น เขียนเป็นภาษาอังกฤษก่อนแล้วค่อยแปลมาเป็นภาษาญี่ปุ่นอีกที ทำให้ลักษณะภาษาในหนังสือของเขาแตกต่างจากงานเขียนของญี่ปุ่นในยุคนั้น

Being active every day makes it easier to hear that inner voice.
การแอคทีพในทุกๆวันนั้นทำให้การได้ยินเสียงภายในของตัวเองนั้นทำได้ง่ายขึ้น

หลังจากที่เขาตัดสินใจยึดอาชีพนักเขียนเป็นอาชีพหลักได้ซักพัก เขาก็รู้สึกว่าเขาต้องหาอะไรที่แอคทีพทำ เพื่อที่ร่างกายเขาจะได้ไม่อ้วน เขาเลยเริ่มต้นวิ่ง เลิกสูบบุหรี่ (ก่อนหน้านั้นเขาสูบบุหรี่วันละหลายสิบมวนมากค่ะ) และก็เหมือนกับการเขียนของเขาค่ะ เมื่อเขาตั้งใจแล้วเขาก็มีวินัยกับมันมาก มูราคามิวิ่งเกือบทุกวัน เขาจะมีหนึ่งวันในสัปดาห์ที่เผื่อเอาไว้กรณีที่เขาติดธุระที่ทำให้ไม่สามารถวิ่งได้ เขาพยายามไม่หยุดวิ่งเกินครั้งละหนึ่งวัน มูราคามิวิ่งมาราธอนมาแล้ว 25 ครั้งและวิ่งอัลตรามาราธอน 1 ครั้ง การวิ่งของมูราคามินั้นใช้เทคโนโลยีน้อย แต่ใช้ความตั้งใจสูงมาก เขาใช้วิธีการจดบันทึกการวิ่งของตัวเองด้วยมือ เขาไม่ได้ใช้นาฬิกาที่มี GPS หรือเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ มูราคามิบอกว่าความตั้งใจและความอดทนที่เขาใช้ในการวิ่งมาราธอนสามารถนำมาใช้ในการเขียนได้ การวิ่งกับการเขียนมีจุดประสงค์ที่เหมือนกันนั่นคือการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆในแต่ละวัน และคู่แข่งเดียวก็คือตัวเอง

“In long-distance running the only opponent you have to beat is yourself, the way you used to be.”
ในการวิ่งทางไกล คู่แข่งเดียวที่คุณต้องเอาชนะคือตัวคุณเอง คนที่คุณเคยเป็น

อีกจุดนึงที่ฝนรู้สึกว่าน่าสนใจจากการอ่านหนังสือเล่มนี้ก็คือ ภรรยาของมูราคามิค่ะ ฝนรู้สึกว่ามันจะเป็นไปได้ยากมากที่มูราคามิจะได้ทำสิ่งที่ตัวเองอยากทำอยู่ตลอดเวลาหากเขาไม่มีภรรยาที่ให้ความร่วมมือและสนับสนุนกับการตัดสินใจของเขาเสมอ

ครั้งแรกที่ฝนอ่านหนังสือเล่มนี้ ช่วงนั้นฝนกำลังเข้าร่วมแคมเปญการวิ่งของนักศึกษาปริญญาโทของมอชออยู่พอดี ก็ได้แรงบันดาลใจจากหนังสือเล่มนี้ ทำให้ไฟแรงมากกก ฮ่าๆๆ วิ่งอย่างเป็นนิสัย วิ่งสัปดาห์ละ 4-5 วัน วันละ 4-6 กิโล จนได้รางวัลนักวิ่งฝ่ายหญิงที่วิ่งระยะทางมากที่สุดของแคมเปญในปีนั้น (ไม่ได้ไปงานประกาศรางวัล เลยอดได้ของฟรีไปจ้าาาาาา ฮ่าๆๆๆ) หลังจากนั้นฝนก็มีเหตุทางสุขภาพกายให้ต้องหยุดวิ่งไปเป็นเวลานาน พอจะกลับมาวิ่งอีกรอบฝนก็เริ่มต้นด้วยการอ่านหนังสือเล่มนี้อีกรอบ อิอิ

หากคุณหลงไหลในการวิ่ง ฝนแนะนำหลังสือเล่มนี้ค่ะ คุณจะได้เห็นว่าคนคนนึงสามารถมีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับการวิ่งได้มากแค่ไหน มูราคามิกล่าวว่า
“Most of what I know about writing I’ve learned through running every day.”
สิ่งที่ผมเรียนรู้เกี่ยวกับการเขียนส่วนใหญ่ ผมเรียนรู้มันผ่านการวิ่งในทุกๆวัน

หากคุณเป็นแฟนนิยายของมูราคามิ ฝนก็แนะนำให้อ่านเช่นกันค่ะ มูราคามิเป็นนักเขียนที่ค่อนข้างมีโลกส่วนตัวของเขาสูง เพราะฉะนั้นหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในไม่กี่โอกาสที่คุณจะได้รู้จักความคิดของเขาในรูปแบบที่ไม่ใช่พล็อตนิยาย หลังจากที่คุณอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วต่อไปเวลาคุณอ่านนิยายของเขา คุณอาจจะเห็นภาพของมูราคามิกำลังเขียนนิยายเล่มที่คุณอ่านอยู่ เห็นถึงความพยายามของเขา แล้วทำให้คุณรู้สึกขอบคุณในทุกๆตัวอักษรที่เขาเขียนมากยิ่งขึ้นค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *