วิธีทำให้อยากอ่านหนังสือ
Self-Improvement

15 เทคนิคทำให้อ่านหนังสือได้มากขึ้น

การอ่านหนังสือเป็นเล่มอาจจะดูเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นอีกต่อไปในปัจจุบัน เพราะเราสามารถหาข้อมูลที่เราต้องการอ่านได้จากบทความออนไลน์จากเว็บไซต์ต่างๆ หรือในโซเชียลมิเดียก็มีโปรไฟล์ดีๆที่เราสามารถติดตามงานเขียนสั้นๆของพวกเขาในแต่ละโพสได้ และสำหรับหลายๆคนการอ่านแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว ซึ่งก็โอเคเพราะแต่ละคนมีความชอบที่แตกต่างกัน ฝนเองก็เป็นคนที่ชอบอ่านบทความออนไลน์เช่นกัน แต่ในขณะเดียวกันฝนก็ยังคงเสพติดการอ่านหนังสือ เพราะหนังสือส่วนใหญ่ได้รับการรีเสิรชในหัวข้อนั้นๆมาอย่างดีแล้ว ภาษาที่ใช้ในหนังสือส่วนใหญ่ก็ได้รับการตรวจสอบและใช้ภาษาที่สวยด้วย นอกจากการอ่านออนไลน์ การฟัง podcast ก็กลายมาเป็นอีกหนึ่งวิธีในการหาความรู้ใหม่ๆที่ได้รับการนิยมในปัจจุบัน

แต่ถึงแม้ว่าในทุกวันนี้การอ่านออนไลน์และการฟัง podcast จะเป็นอีกหนึ่งวิธีในการรับรู้และเรียนรู้ไอเดียหรือข้อมูลใหม่ๆ ฝนก็ยังคงหลงไหลกับการอ่านหนังสือเป็นเล่มๆ และหลายๆคนก็น่าจะเป็นเช่นกัน แต่อาจจะด้วยการจำกัดของเวลาที่ทุกคนมีในแต่ละวัน ทำให้เวลาที่จะใช้ในอ่านหนังสือมีน้อยลง วันนี้ฝนจึงเอาเทคนิคที่จะสามารถช่วยให้คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้นมาฝากค่ะ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ฝนก็ใช้เองมาตลอดแต่ไม่ได้รู้หรอกว่าเทคนิคเหล่านี้เป็นเทคนิคที่คนอื่นๆที่อ่านหนังสือเยอะเขาก็แนะนำเช่นกัน จนกระทั่งได้มาเขียนบทความนี้และลองหาข้อมูลจากหลายๆแหล่งดู ฝนก็พบว่าฝนและนักอ่านคนอื่นๆใช้เทคนิคคล้ายๆกัน จริงๆเทคนิคมีเยอะมากค่ะ ฝนขอเลือกเอาหลักๆ 15 ข้อมากล่าวถึงนะคะ

รายละเอียดอยู่ใต้รูปแต่ละรูปละคะ 🙂

อ่านจบแล้วถ้าเจอเทคนิคไหนน่าสนใจก็ลองเอาไปใช้ดูได้นะคะ หรือถ้ามีเทคนิคไหนที่ฝนไม่ได้กล่าวถึงแต่คุณใช้อยู่แล้วได้ผลดี ก็มาแชร์กันได้นะค้าาาาา

คนอ่านหนังสือ

1. ตั้งเป้าหมายในการอ่าน

ฝนเริ่มใช้เทคนิคข้อนี้ในปี 2018 โดยตั้งเป้าหมายการอ่านไว้ที่การอ่านให้ได้อย่างน้อย 2 เล่มในหนึ่งเดือน การตั้งเป้าหมายการอ่านจะทำให้เรารู้สึกว่าตัวเองทำได้สำเร็จทุกๆคร้ังที่เราทำตามเป้าหมายได้ในแต่ละเดือน เป็นการบูสความมั่นใจในตัวเองเล็กๆน้อยๆไปเรื่อยๆระหว่างทางค่ะ เป้าหมายที่ตั้งนั้นไม่ควรเป็นเป้าหมายที่ยากมาก แรกๆควรจะตั้งเป้าหมายง่ายๆก่อน เพื่อให้ตัวเองมีกำลังใจในการทำให้สำเร็จ หากคุณไม่ค่อยได้อ่านหนังสือจบเล่มมานานแล้ว อาจจะเล่มที่เดือนละหนึ่งเล่มก็พอค่ะ

2. พกพาหนังสือไปทุกที่

ข้อนี้เป็นสิ่งที่ฝนทำตลอดค่ะ แม้ในช่วงที่ฝนไม่ค่อยจะได้อ่านหนังสือมากก็ตามฝนก็ยังคงมีหนังสือติดไว้ในกระเป๋าเสมอ เผื่อไว้ เพราะเราอาจจะมีช่วงเวลาที่เราต้องรอเพื่อที่จะทำอะไรซักอย่างแล้วเราก็สามารถอ่านหนังสือได้ เช่นรอคิวซื้อของ รอเพื่อนมาตามนัด รอเข้าประชุม รอเรียน และยิ่งตอนนี้มีออดิโอบุ๊กส์ก็ยิ่งทำให้การอ่านง่ายขึ้น คุยสามารถฟังออดิโอบุ๊กส์ได้ระหว่างเดินทางไปทำงาน นอกจากนี้ถ้าคุณไม่ชอบการพกหนังสือเป็นเล่มๆคุณก็อาจจะพกพา Kindle หรือโหลดแอฟอ่านหนังสือไว้บนโทรศัพท์ของคุณก็ได้ค่ะ

3. บันทึกหนังสือที่ตัวเองอ่าน

การทำลิสต์หนังสือที่ตัวเองอ่านจบแล้วก็เป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจให้อ่านหนังสือได้มากขึ้น เพราะเราจะอยากเห็นลิสต์ของตัวเองโตขึ้นเรื่อยๆ ข้อดีอีกอย่างหนึ่งก็คือเราจะได้รู้ว่าในแต่ละปีเราอ่านหนังสืออะไรไปแล้วบ้าง จะเป็นการมีโอกาสได้สังเกตุเทรนด์การอ่านของตัวเอง อย่างฝนในปี 2018 หนังสือที่ฝนอ่านจบในปีนั้นเกิน 90% เป็นหนังสือนิยาย ปี 2019 ผสมๆกันระหว่างนิยายและหนังสือทั่วไป มีการอ่านประวัติชีวิตของบุคคลมากขึ้น ในปี 2020 เป็นการอ่านหนังสือเกี่ยวกับจิตวิทยา ธุรกิจและปรัชญา

4. อ่านหนังสือทีละหลายๆเล่ม

ฮ่าๆๆข้อนี้ฝนทำตลอดแต่ไม่ได้คิดว่านักอ่านคนอื่นแนะนำให้ทำด้วย และเป็นเทคนิคที่อาจจะใช้ไม่ได้ในทุกๆคน แต่คุณสามารถลองนำไปใช้ดูก็ได้นะคะว่าเหมาะกับตัวเองมั้ย เพราะบางคนชอบอ่านหนังสือให้จบไปทีละเล่ม ฝนมักจะอ่านหนังสือหลายๆเล่มพร้อมๆกัน จะอ่านตามอารมณ์และกิจกรรมที่ทำในตอนนั้น เพื่อที่ฝนจะได้ไม่เบื่อ ฝนจะมีหนังสือที่ไว้ฟังตอนเดินไปไหนมาไหน หนังสือที่ฟังตอนกินข้าวคนเดียวและทำอาหาร หนังสือเป็นเล่มที่อ่านตอนนั่งร้านกาแฟ อย่างตอนนี้หนังสือที่กำลังฟังตอนเดินคือ Kitchen Confidential เขียนโดย Anthony Bourdain และ The Man Who Couldn’t Stop เขียนโดย David Adam ส่วนหนังสือเป็นเล่มที่กำลังอ่านคือ The Shortness of Life: Seneca และ Yes to Life: In Spite of Everything ของ Viktor Frankl

5. ฟังหนังสือก็ได้

การฟังหนังสือก็ถือเป็นการอ่านได้เช่นกันค่ะ เพราะเราได้ข้อมูลจากหนังสือเหมือนกัน ฝนเองก็เพิ่งเข้าวงการออดิโอบุ๊กส์ได้ประมาณ 3 ปีค่ะ ไม่นานเลย แต่เข้ามาแล้วออกไม่ได้เลยค่ะ เข้ามาแล้วชอบมากกกกก ก่อนหน้านั้นฝนก็ชอบฟังคลิปเสียงออนไลน์นะคะ แต่ฟังเป็นเล็คเชอร์ที่ฝนโหลดเป็น mp3 มาค่ะ แล้ว 3 ปีก่อนสามีก็แนะนำว่าแอป Audible น่าสนใจนะถ้าฝนอยากลองใช้ เพราะนางใช้อยู่มาซักพัก ฝนเลยลองใช้ดูแล้วก็ชอบมากค่ะ ทำให้ฝนอ่านหนังสือได้เพิ่มขึ้นเยอะมาก เพราะฝนสามารถฟังหนังสือได้ในหลายๆที่ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่กำลังเดืนไปไหนซักที่ ตอนออกกำลังกาย ตอนทำอาหาร ตอนนั่งกินอาหารคนเดียว ตอนเดินทางหรือก่อนนอนแล้วไม่อยากอ่านหนังสือเป็นเล่มเพราะเหนื่อยแล้ว การฟังหนังสือใช้พลังงานน้อยกว่าการอ่าน แต่ได้สาระเท่าๆกันค่ะ

6. อ่านหนังสือที่ตัวเองชอบ อะไรก็ได้

ข้อนี้สำคัญมากเลยค่ะ การอ่านหนังสือที่ตัวเองชอบจะทำให้เราอ่านได้นานขึ้น สนใจในการอ่านมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทไหนหากมันทำให้คุณรู้สึกที่จะอ่านหนังสือมากขึ้น อ่านไปเลยค่ะ บางคนพยายามอ่านหนังสือที่ดูเหมือนคนอื่นๆเขาแนะนำและอ่านกันแต่จริงๆแล้วไม่ใช่แนวหนังสือที่ตัวเองชอบอ่านก็จะอ่านได้แป๊บเดียวก็เบื่อ แล้วจริงๆแนวหนังสือที่เราชอบก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆในแต่ละช่วงเวลาด้วย อย่างฝนชอบอ่านหนังสือหลายประเภท บางช่วงก็อ่านเกี่ยวกับจิตวิทยา หนังสือเกี่ยวกับการเป็นผู้นำ บางช่วงก็ชอบอ่านวรรณกรรมเยาวชน นิยายวาย ไร้สาระ คือตอนอ่านก็รู้สึกว่ามันไร้สาระนั่นแหละ แต่เนื้อเรื่องทำให้ฝนรู้สึกอยากติดตามฝนก็อ่านไปเรื่อยๆ บางช่วงก็ชอบอ่านประวัติชีวิต อ่านปรัญชา เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะชอบอ่านหนังสือประเภทไหน ก็อ่านหนังสือแบบนั้นค่ะ เพราะการอ่านสิ่งที่เราชอบและสนใจจริงๆจะทำให้เราอยากอ่านหนังสือไปเรื่อยๆค่ะ (ยันปัจจุบันฝนก็ยังอ่าน Sapiens: A Brief History of Humankind ของ Yuval Noah Harari ไม่จบเลยค่ะ ฮ่าๆๆ เล่มนี้ใครๆก็แนะนำเลยอยากอ่านกับเขาบ้าง ลองสองครั้งแล้ว อาจจะต้องรอช่วงเวลาที่ฝนสนใจในเรื่องนี้จริงๆแล้วค่อยกลับมาอ่าน)
คนอ่านหนังสือ

7. อ่านหนังสือเล่มเล็กๆ

เทคนิคนี้ฝนใช้บ่อย โดยเฉพาะหลังการห่างหายจากการอ่านหนังสือแบบจริงๆจังๆไปซักพักค่ะ คือฝนอ่านหนังสือตลอดแต่บางช่วงก็จะอ่านน้อยลงไปเพราะไปติดซีรีส์บ้าง พออยากให้ตัวเองกลับมาหึกเหิมอ่านหนังสือเยอะๆอีกครั้งฝนก็มักเริ่มจากเริ่มเล็กๆเพราะอ่านง่าย อ่านจบได้เร็ว แล้วพออ่านจบมันก็ช่วยทำให้เรารู้สึกดีกับตัวเองว่าอ่านหนังสือจบเล่มนะ และอยากอ่านเริ่มต่อไปค่ะ เป็นเพิ่มกำลังใจในการอ่านหนังสือให้ตัวเองได้เป็นอย่างดีค่ะ

8. ถ้าไม่ชอบก็หยุดอ่าน

หากคุณอ่านหนังสือเล่มนึงไปซักพักแล้วรู้สึกว่าไม่ใช่แนวจริงๆ ก็ไม่ต้องรู้สึกเสียดายว่าอุตสาห์ซื้อมาแล้วต้องอ่านให้จบค่ะ หยุดอ่านแล้วเริ่มเล่มใหม่ดีกว่า เพราะการพยายามฝืนตัวเองให้อ่านหนังสือที่ตัวเองไม่ได้รู้สึกดีด้วยนั้นจะทำให้คุณรู้สึกอยากอ่านหนังสือน้อยลง อ่านช้าขึ้น หรือพยายามหาข้ออ้างที่จะไม่อ่านหนังสือไปเฉยๆ เลิกอ่านแล้วไปอ่านเล่มอื่นต่อดีกว่าค่ะ บางครั้งคุณไม่ได้รู้สึกดีกับการอ่านหนังสือเล่มนั้นๆอาจจะเพราะคุณยังไม่ได้อยู่ในอารมณ์หรือสถานการณ์ในชีวิตที่ทำให้คุณสนใจในเนื้อหาของหนังสือ ฝนก็เป็นค่ะ อย่างปีที่แล้วฝนอ่านหนังสือเรื่อง How to Think Like a Roman Emperor: The Stoic Philosophy of Marcus Aurelius อ่านไปได้ซัก 20-25% ฝนก็รู้สึกเบื่อก็เลิกอ่านไป แต่พอกลับมาอ่านเดือนที่แล้วกลับกลายเป็นหนังสือที่ฝนชอบที่สุดของการอ่านหนังสือในช่วงต้นปี 2020 เพราะฉะนั้นหากคุณไม่ได้รู้สึกชอบหนังสือที่อ่านอยู่ตอนนี้ อย่ารู้สึกผิดที่จะเลิกอ่านไปก่อนค่ะ คุณอาจจะกลับมาอ่านเขาแล้วชอบในอนาคตก็ได้ หรือเขาอาจจะไม่ใช่หนังสือแบบที่คุณชอบได้จริงๆ ก็ปล่อยเขาไปค่ะ

9. ทำการอ่านหนังสือให้เป็นนิสัย

ก็เหมือนกับการสร้างนิสัยอื่นๆค่ะ เริ่มน้อยๆ เริ่มแบบง่ายๆ อย่าตั้งเป้าใหญ่เกินไป คุณอาจจะเริ่มด้วยการอ่านเวลาเดิม ไม่ว่าจะเป็นตอนเช้าหลังตื่นนอน หรือก่อนนอนวันละ 5-10 นาที เทคนิคที่จะทำให้คุณไม่ลืมว่าต้องอ่านหนังสือในช่วงเริ่มต้นของการสร้างนิสัยคือการทำหลังกิจกรรมอื่นที่คุณทำเป็นนิสัยอยู่แล้ว ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเป็นคนที่ดูซีรีส์ทุกคืนก่อนนอน ก่อนเริ่มต้นดูซีรีส์ก็ให้เวลาตัวเองอ่านก่อนซักเล็กน้อยแล้วค่อยดูซีรีส์ หรือถ้าคุณเป็นคนชอบเขียนไดอารี่ก่อนนอน ก็อาจจะเพิ่มการอ่านไปทุกครั้งที่เขียนไดอารี่เสร็จเป็นต้น หรือถ้าคุณต้องเดินทางไปทำงานทุกวัน แล้วปกติคุณเล่นเกมหรือใช้โซเชียลมิเดียระหว่างที่คุณเดินทางไปทำงาน คุณก็อาจจะลองแบ่งเวลาจากกิจกรรมเหล่านั้นมาซักหน่อยเพื่อมาอ่านหรือฟังหนังสือ เมื่อคุณรู้สึกว่าการอ่านวันละ 5-10 นาทีเริ่มกลายมาเป็นนิสัยของตัวเองแล้ว คุณก็อ่านจะค่อยๆเพิ่มเวลาในการอ่านให้นานขึ้น ข้อสำคัญคือเริ่มต้นง่ายๆ เพื่อที่คุณที่จะไม่รู้สึกขี้เกียจค่ะ
คนอ่านหนังสือ

10. มีหนังสือที่รออ่าน

คุณเคยอ่านหนังสือจบเล่มนึง แล้วคุณก็รู้สึกชอบหนังสือเล่มนั้นมาก พอมองหาหนังสือที่จะอ่านเล่มต่อไปความคาดหวังที่คุณมีต่อหนังสือเล่มต่อไปก็ค่อนข้างจะสูง อยากให้เป็นหนังสือที่คุณชอบเหมือนเล่มที่ผ่านมา จึงทำให้คุณจัดสินใจไม่ได้เสียทีว่าจะอ่านเล่มไหนมั้ยคะ ถ้านั่นเป็นปัญหาของคุณที่ทำให้คุณหยุดอ่านไปซักพักหลังจากอ่านหนังสือจบเล่มนึง เพราะตัดสินใจไม่ได้ซักทีว่าจะอ่านเล่มไหนต่อดี แนะนำให้หาหนังสือเล่มต่อไปที่จะอ่านเอาไว้เลยค่ะ ระหว่างที่อ่านหนังสือเล่มปัจจุบันอยู่แล้วเจอรีวิวหนังสือที่น่าสนใจก็ลองจดบันทึกเอาไว้ก่อนก็ได้ค่ะ เพื่อที่คุณจะได้ประหยัดเวลาในการตัดสินใจเลือกหนังสือเล่มต่อไปที่คุณอยากอ่าน

11. เข้าร่วมกลุ่มอ่านหนังสือ

ฝนก็เพิ่งได้เริ่มมาเข้ากลุ่มนักอ่านปีนี้นี่เองค่ะ ข้อดีของการเข้ากลุ่มอ่านหนังสือก็คือ คุณจะเจอรีวิวหนังสือดีๆที่คุณไม่เคยอ่านมาก่อน พูดคุยและแสดงความเห็นเกี่ยวกับหนังสือที่คุณและสมาชิกในกลุ่มได้อ่านแล้ว นอกจากนั้นการเข้าร่วมกลุ่มอ่านหนังสือยังจะช่วยเป็นตัวสร้างแรงบันดาลใจให้คุณอ่านหนังสือมากขึ้น ตอนนี้ในเฟสบุ๊คมีกลุ่มอ่านหนังสือหลายกลุ่มที่คุณสามารถเข้าร่วมได้ ลองหากลุ่มที่เหมาะกับตัวเองดูก็ได้ค่ะ นอกจากการเข้าร่วมกลุ่มอ่านหนังสือออนไลน์แล้ว หากสถานที่ที่คุณอยู่มีกลุ่มออฟไลน์ที่สมาชิกกลุ่มสามารถนัดมาเจอเพื่อมาพูดคุยเรื่องหนังสือกันได้ ก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่ดีค่ะ คุณจะพบว่าการได้พูดคุยกับคนที่ชอบอ่านหนังสือด้วยกันนั้น ไม่น่าเบื่อเลย บางกลุ่มอ่านหนังสือก็จะมีคนเลือกหนังสือที่สมาชิกกลุ่มทุกคนต้องอ่าน นี่ก็เป็นการประหยัดการตัดสินใจในการเลือกหนังสือของคุณด้วยค่ะ

12. หาแหล่งแนะนำหนังสือที่เชื่อถือได้

คุณสามารถหาแหล่งแนะนำหนังสือ หรือรีวิวหนังสือได้จากหลายๆที่ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในโซเชียลมีเดียหรือในเว็บไซต์ต่างๆ ลองหาแหล่งแนะนำหนังสือที่เชื่อถือได้สำหรับประเภทหนังสือที่คุณชอบอ่านดูค่ะ การมีแหล่งแนะนำหนังสือที่คุณเชื่อถือและชอบจะเป๋นการช่วยประหยัดการหาข้อมูลว่าคุณควรอ่านหนังสืออะไรต่อดี อย่างฝนบางครั้งฝนจะเสียเวลานานมากในการหาข้อมูลหนังสือเล่มต่อไปที่จะอ่าน แต่ฝนมีนักอ่านที่ฝนชื่นชอบที่ฝนเชื่อในหนังสือที่เขาแนะนำ
คนอ่านหนังสือ

13. จัดสิ่งแวดล้อมให้เหมาะกับการอ่านหนังสือ

ข้อนี้เป็นข้อที่ฝนไม่ค่อยได้ใช้เองเท่าไหร่ค่ะ แต่เห็นหลายๆคนแนะนำเลยคิดว่าน่าจะเอามารวมในลิสต์ด้วย ปกติฝนเป็นคนอ่านหนังสือได้ในสิ่งแวดล้อมที่ไม่จำเป็นต้องสงบ คือยังไงก็ได้ ถ้าอยากอ่านก็จะอ่าน สามีเล่นเกมเสียงดังอยู่ข้างๆฝนก็อ่านหนังสือได้ แต่ถ้าเลือกได้หรือชอบจริงๆฝนชอบอ่านหนังสือบนโซฟานุ่มๆ หรือบนเตียง มีเพลงเบาๆ คุณก็ลองดูได้ค่ะว่าสิ่งแวดล้อมแบบไหนที่คุณชอบ ที่จะทำให้คุณอ่านหนังสือได้มากขึ้น ก็พยายามจัดสถานที่ให้ตัวเองดูค่ะ หรือถ้าคุณชอบอ่านหนังสือในร้านกาแฟก็พาตัวเองไปนั่งอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟบ่อยๆก็ได้ค่ะ

14. อ่านแบบประหยัด

ตอนเด็กๆฝนต้องอ่านหนังสือจากห้องสมุดตลอด ด้วยเหตุผลสองประการ คือ 1. หนังสือค่อนข้างจะแพงและครอบครัวของฝนก็เป็นชาวสวนธรรมดาๆ ไอเดียของการใช้เงินหลักร้อยไปในการซื้อหนังสือนั้นไม่เคยอยู่ในหัวเลย ฝนเพิ่งเริ่มได้ซื้อหนังสืออ่านเองก็ตอนเข้ามาเรียนป.ตรีที่จุฬา ต้องแบ่งเงินกินขนมไปซื้อหนังสือ ฮ่าๆๆ เหตุผลข้อที่ 2 คือบ้านฝนอยู่ต่างจังหวัดแบบ ต่างจังหวัดมากๆ คือแถวบ้านไม่มีร้านหนังสือเลยค่ะ มีร้านที่ขายหนังสือพิมพ์และนิตยสารอยู่บ้าง แต่ไม่มีร้านหนังสือ ดังนั้นตั้งแต่เด็กจนอายุ 18 ฝนก็เป็นเจ้าประจำในห้องสมุดของโรงเรียน

หากคุณอยากอ่านหนังสือจำนวนมากขึ้น แต่รู้สึกว่าตัวเองไม่อยากใช้เงินลงทุนในการซื้อหนังสือเท่าไหร่ ไอเดียเหล่านี้อาจจะช่วยคุณได้ค่ะ

  • ซื้อหนังสือมือสอง ร้านหนังสือมือสองบางร้านขายถูกมากกกกกก ต้องลองหาแหล่งดีๆค่ะ
  • ซื้อหนังสือตอนที่มีการลดราคา
  • หนังสือฟรีออนไลน์ หนังสือบางเล่มก็ได้รับการเผยแพร่ให้อ่านได้ฟรีออนไลน์ในรูปแบบ pdf ค่ะ
  • ยืมหนังสือจากห้องสมุด

ส่วนตัวฝนนั้นตอนนี้การซื้อหนังสือน่าจะเป็นรายจ่ายหลักรายจ่ายที่สองรองจากค่าอาหาร ฮ่าๆๆ เพราะปกติไม่ค่อยจะซื้อเสื้อผ้า เครื่องสำอาง หรืออะไรอื่นๆเลย

15. แชร์สิ่งที่ตัวเองอ่านในโซเชียลมีเดีย

แชร์สิ่งที่คุณอ่านลงในโซเชียลมีเดีย ข้อดีที่คุณอาจจะคาดไม่ถึงก็คือ คุณอาจจะได้การแนะนำหนังสือดีๆ จากคนอื่นที่อ่านหนังสือประเภทเดียวกันก็ได้ ตัวอย่างของฝนนะคะ ในปี 2018 ฝนแชร์หนังสือที่ฝนเพิ่งอ่านจบชื่อเรื่อง The Goldfinch เขียนโดย Donna Tartt ลงใน Instagram แล้วก็มีคนมาคอมเม้นคุยเรื่องหนังสือด้วย บอกว่าถ้าฝนชอบเล่มนี้ฝนน่าจะชอบหนังสือ The Little Life ด้วย ซึ่งบังเอิญที่เป็นหนังสือที่ฝนอ่านไปแล้ว เขาเลยแนะนำ Eleanor Oliphant is Completely Fine เขียนโดย Gail Honeyman ให้ ฝนเลยตามไปอ่านดู และฝนก็ชอบมากจริงๆด้วยค่ะ คนที่อ่านหนังสือแนวๆ เดียวกัน ก็จะรู้ใจกันประมาณนี้ ตอนนี้ Eleanor Oliphant is Completely Fine ก็กลายมาเป็นหนึ่งในนิยายที่ฝนชอบมากที่สุดด้วย นอกจากนี้การแชร์สิ่งที่คุณอ่านในโซเชียลมีเดียอาจจะเป็นการช่วยให้เพื่อนของคุณเจอหนังสือที่เขาอาจจะชอบอีกด้วย หรือบางครั้งการแชร์ความรู้เล็กๆน้อยๆที่คุณได้มาจากหนังสือที่คุณอ่าน อ่านจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนบางคนได้อย่างที่คุณคาดไม่ถึงค่ะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *