เครียดจากการเมือง
Psychology

Political Stress Syndrome วิธีจัดการกับความเครียดจากการเมือง

เมื่อไม่กี่วันก่อนมีน้องที่รู้จักมาปรึกษาเรื่องความกังวลของตัวเองที่เกิดขึ้นจากการติดตามข่าวสารทางการเมืองเยอะไป จนทำให้เริ่มมีอาการทางกายเริ่มนอนไม่หลับ และอาการทางจิตใจ เช่นความวิตกกังวลอย่างสม่ำเสมอ ไม่สามารถหยุดคิดถึงข่าวร้ายๆได้ เก็บเรื่องราวจากโซเชียลมิเดียมาคิดซ้ำไปซ้ำมา และเมื่อนอนไม่พอก็เริ่มมีผลต่อคุณภาพของการทำงาน

ฝนได้คุยกับน้องก็คิดว่าอาจจะมีคนอื่นๆในตอนนี้ที่มีปัญหาเดียวกันกับน้องที่ฝนรู้จัก เลยถือโอกาสหาข้อมูลเกี่ยวกับความเครียด ความวิตกกังวลที่เกิดขึ้นจากการเสพข่าวทางการเมือง (Political Stress Syndrome-PSS) ตอนหาข้อมูลอ่าน ฝนอ่านเป็นภาษาอังกฤษก็พบว่าช่วงนี้ในขณะที่สังคมไทยเราก็มีปัญหาของเรา ในประเทศอื่นก็มีปัญหาของเขา อย่างในอเมริกาตอนนี้ก็เครียดเรื่องเลือกตั้งกันอยู่ ซึ่งเขาก็เครียดกันอย่างจริงจังเช่นกัน จนมีศัพท์เรียกชื่อเฉพาะว่า Elction Stress Disorder (ESD) อาการและวิธีการรับของ PSS และ ESD ก็จะคล้ายๆกันค่ะ

Political Stress Syndrome คืออะไร ?

Political Stress Syndrome (PSS) หรืออาการเครียดจากการเมือง เป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นกับผู้ที่มีส่วนร่วมหรือติดตามข่าวสารทางการเมืองอย่างใกล้ชิด จนทำให้เกิดความเครียด ซึ่งอาจจะมีอาการทางกาย จิตใจ และอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์กับผู้อื่น

อ้างอิงจากกรมสุขภาพจิต ลักษณะกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นได้เมื่อมีความเครียดจากการเมืองคือ

1. อาการทางกาย

อาการทางกายที่อาจจะสังเกตได้เช่น นอนไม่หลับ หรือนอนแล้วหลับๆตื่นๆ พอตื่นกลางคืนแล้วไม่สามารถหลับต่อได้ ปวดศรีษะ ปวดบริเวณขมับ ปวดกล้ามเนื้อ ใจสั่น หัวใจเต้นเร็วผิดปกติทั้งๆ ที่อยู่ในสภาพปกติ ปวดท้อง เป็นต้น

2. อาการทางจิตใจ

หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล โกรธ ฉุนเฉียว ก้าวร้าว ท้อแท้ สิ้นหวัง เบื่อหน่าย รู้สึกไม่มีทางออก ไม่มีสมาธิในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ฟุ้งซ่านหรือหมกมุ่นจนเกินไป

3. ปัญหาพฤติกรรมและสัมพันธภาพกับผู้อื่น

อาจจะมีการโต้เถียงกันกับผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คนในครอบครัวหรือคนในโซเชียลมิเดีย โดยใช้อารมณ์ตั้งแต่ปานกลางถึงรุนแรง โดยไม่สามารถยับยั้งตนเองได้ มีความคิดที่จะตอบโต้โดยใช้กำลังในการเอาชนะ พยายามเอาชนะทางความคิดกับคนที่เคยมีความสัมพันธ์ที่ดีมาก่อน เป็นต้

ในขณะที่ความเครียดที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์ทางการเมืองเป็นเรื่องปกติ ความสามารถในการรับมือทางความเครียดของคนในสังคมนั้นมีไม่เท่ากัน ในกลุ่มของคนที่ไม่มีวิธีการจัดการกับความเครียดโดยใช้วิธีที่สร้างสรรค์ ความเครียดเหล่านี้อาจจะสะสมและก่อให้เกิดเป็นปัญหาของสุขภาพจิตใจในระยะยาวได้

วิธีจัดการความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดจากการเมือง

American Psychological Association (APA) แนะนำ5 วิธีจัดการความเครียดและความวิตกกังวลที่เกิดจากการเมืองดังต่อไปนี้

1. ติดตามข่าวสารในปริมาณที่เหมาะสม

ลองตั้งคำถามกับตัวเองดูว่าในตอนนี้เวลาที่คุณใช้ในการติดตามข่าวสารทางการเมืองนั้นเยอะแค่ไหน และข้อมูลข่าวสารทางการเมืองเหล่านี้ส่งผลต่อคุณยังไงบ้าง หากคุณรู้สึกว่าการติดตามข่าวการเมืองของคุณเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ คุณอาจจะต้องลดเวลาที่คุณใช้ในการเสพข่าวหรือใช้โซเชียลมิเดียเพื่อมีส่วนร่วมทางการเมืองให้น้อยลง

โดยที่คุณอาจจะลองจัดเวลาเสพข่าวหรือมีส่วนร่วมทางการเมืองผ่านโซเชียลมิเดีย ให้เป็นช่วงเวลาเฉพาะ เช่นอาจจะเป็นตอนเช้า หรือตอนเย็น แต่นอกเหนือจากเวลาที่คุณจัดไว้ให้คุณได้ใช้เวลาไปในการทำกิจกรรมอื่นๆที่ ไม่ว่าจะเป็นการมีสมาธิทำงานอย่างเต็มที่ ใช้เวลาในการออกกำลังกาย การทำกิจกรรมยามว่างอื่นๆ การทำอาหาร อ่านหนังสือ หรือใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อนๆ

2. หาความเหมือนกันกับผู้อื่น

เป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะมีคนที่เห็นต่างทางการเมืองกับเรา หากจำเป็นต้องมีบทสนทนาทางการเมืองกับคนที่เห็นต่างจากเรา พยายามเปิดใจรับฟังที่เขาคิด เรียนรู้ว่าอะไรที่ทำให้เขาคิดหรือมีความเห็นที่แตกต่างจากเรา หาความเหมือนทางความคิดที่อาจจะมีร่วมกันได้ แต่หากเป็นไปไม่ได้จริงๆที่จะมีบทสนทนาที่สร้างสรรค์ได้ ก็พยายามเอาตัวเองออกจากบทสนทนาทางการเมืองนั้นๆ

3. หาวิธีที่จะมีส่วนร่วมในสังคมอย่างมีความหมาย

ลองตั้งคำถามกับตัวเองว่าอะไรคือปัญหาทางสังคมที่คุณให้ความสำคัญ เมื่อรู้แล้วก็ลองหาวิธีที่คุณจะสามารถมีส่วนร่วมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้

4. หาสิ่งประโลมจิตใจ

สำหรับคนที่มีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ อาจจะลองจัดเวลาให้ตัวเองได้มีเวลาทำกิจกรรมทางศานาเพื่อผ่อนคลายได้ หรือคุณอาจจะผ่อนคลายความเครียดให้ตัวเองผ่านการเจริญสติ การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และกิจกรรมอื่นๆเพื่อดึงตัวเองกลับมาอยู่ในปัจจุบันขณะ

5. ดูแลตัวเอง

การดูแลตัวเอง (Self-Care) เป็นสิ่งที่สำคัญในทุกๆสถานการณ์ของชีวิต ความเครียดสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมของเราได้ ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจ และหากร่างกายและจิตใจของเราไม่พร้อม แม้ว่าเราจะมีความเชื่อทางการเมืองแบบไหน อยากเห็นสังคมเปลี่ยนแปลงไปทางใด เราก็ไม่สามารถสนับสนุนสิ่งที่เราเชื่อและร่วมมือก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้อย่างเต็มที่หากสุขภาพของเราไม่อำนวย ดังนั้นลองหากิจกรรมทำเพื่อที่จะได้รีชาร์จพลังงานให้ตัวเอง เพื่อคลายความเครียดให้ตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกาย การฟังเพลง นอนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงการใช้วิธีการจัดการกับความเครียดที่ไม่ได้ผลในระยะยาว เช่นการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติดอื่นๆ

หากคุณพบว่าหลังจากที่ตัวเองได้พยายามลองใช้วิธีการจัดการกับความเครียดเพื่อดูแลตัวเองแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผล คุณยังมีอาการทางกายและทางจิตใจอยู่เป็นระยะเวลายาว และความเครียดเริ่มส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของคุณ คุณอาจจะลองปรึกษานักจิตวิทยาเพื่อขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญดูก็ได้ค่ะ

อ่านจบแล้วอาจจะลองตั้งคำถามดังต่อไปนี้กับตัวเองดูได้นะคะ

  • วันนี้ร่างกายและจิตใจของฉันเป็นยังไงบ้าง ร่างกายของฉันรู้สึกยังไง จิตใจของฉันรู้สึกยังไง
  • หากฉันรู้สึกเครียด ฉันมีวิธีการผ่อนคลายความเครียดให้ตัวเองได้ยังไงบ้าง
  • ในแต่ละวัน ฉันเสพข่าวสารดีๆมากน้อยแค่ไหน เพียงพอหรือยัง
  • ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมือง ฉันสามารถใช้ความสามารถหรือสกิลที่ฉันมีทำอะไรได้บ้างเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่นและสังคม
  • มีอะไรบ้างในวันนี้ที่ฉันรู้สึกขอบคุณ

เราแต่ละคนต่างมีความคิดความเชื่อเป็นของตัวเอง การเปลี่ยนแปลงในสังคมอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นในทันทีทันใด อาจจะเป็นการวิ่ง อัลตร้ามาราธอนแทนที่จะเป็นการวิ่ง 100 เมตร ดังนั้นการมีร่างกายและจิตใจที่พร้อมที่แข็งแรงจึงเป็นเรื่องที่สำคัญค่ะ เราไม่สามารถดูแลผู้อื่นได้หากเรายังไม่รู้จักการดูแลตัวเอง เราไม่สามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ดีได้หรือเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพเพื่อผลักดันให้สังคมเดินไปข้างหน้าได้หากเราป่วยอยู่ค่ะ 🙂

มาดูแลตัวเองกันค่ะ ฮึบๆ

ฝนทิพย์ วอร์ด

อ้างอิง

https://www.apa.org/topics/stress-political-change
https://greatergood.berkeley.edu/article/item/eight_questions_that_can_help_you_survive_election_stress
https://healthblog.uofmhealth.org/lifestyle/5-ways-to-manage-politically-induced-stress4

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *