ฝึกสติในชีวิตประจำวัน
Books

รีวิวหนังสือ Peace Is Every Step | วิธีฝึกสติในชีวิตประจำวัน

ฝนอ่านหนังสือเล่มนี้จบไปในเดือนกันยายนที่เพิ่งผ่านมาค่ะ เป็นหนังสือในกลุ่มศาสนาเล่มแรกที่ตั้งใจอ่านในรอบหลายปีที่ผ่านมา ฝนสนใจเกี่ยวกับ mindfulness เกี่ยวกับการเจริญสติ การทำสมาธิ อย่างมาก และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่หลายปีที่ผ่านมาเมื่ออ่านเกี่ยวกับการเจริญสติ ฝนก็จะอ่านผ่านมุมมองของจิตวิทยาหรือประสาทวิทยาศาสตร์ (neuroscience) ไม่ได้อ่านผ่านจากมุมมองของศานาซักเท่าไหร่ และก็ไม่ได้รู้สึกว่าอยากอ่านหนังสือธีมศาสนาหรืออะไร แต่ระหว่างที่นั่งอ่านรีวิวหนังสือในแอป Audible เล่นก็บังเอิญมาเจอหนังสือเล่มนี้อ่านโดยนักอ่านหนังสือเสียงที่ฝนชอบเสียงของเขา และฝนเองก็ได้ยินชื่อเสียงของ ติช นัท ฮันห์ มามากมาย เลยตัดสินใจได้อย่างรวดเร็วที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ และอ่านจบในเวลา 3 วันค่ะ

ขอรีวิวประสบการณ์ความรู้สึกส่วนตัวของตัวเองที่เกิดขึ้นระหว่างการอ่านหนังสือนะคะ ฝนรู้สึกได้ถึงความสงบที่สัมผัสได้ระหว่างอ่านหนังสือได้อย่างค่อนข้างชัดเจนค่ะ หลังจากที่ได้ลองเอาเทคนิคที่ท่านติช นัท ฮันห์ แนะนำมาใช้ดูในชีวิตจริง ใช้แล้วก็รู้สึกได้ว่าจิตใจของตัวเองสงบขึ้นค่ะ (ขายของเก่งจริงๆ) รีวิวหนังสือทีไรเหมือนโดนเขาจ้างมาขายหนังสือตลอด ฮ่าๆๆ

ถ้าถามว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร?

  • หากคุณรู้สึกว่าตัวเองใช้เวลาอย่างมากในการคิดถึงอดีตหรืออนาคต หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณค่ะ
  • หากคุณกำลังมองหาเทคนิคการดึงตัวเองให้กลับมามีสติในปัจจุบันขณะมากขึ้น หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณค่ะ
  • หากคุณอยากเรียนรู้ที่จะมองสิ่งต่างๆในชีวิตประจำวันที่มักทำให้คุณรู้สึกโมโหได้ในมุมมองที่แตกต่างไป หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณค่ะ
  • หากคุณอยากลองใช้ชีวิตให้ช้าลง มีความสุขกับสิ่งเล็กๆง่ายๆในชีวิตมากขึ้น หนังสือเล่มนี้เหมาะกับคุณค่ะ

ด้านล่างนี้คือ 5 ข้อคิดที่ฝนได้จากหนังสือเล่มนี้แบบคร่าวๆนะคะ

1. ความสุขอยู่ในปัจจุบันขณะ

ในสังคมในปัจจุบัน เราหลายๆคนใช้เวลาชีวิตไปในการไล่ตามเป้าหมายที่ตัวเองตั้งไว้ ไล่ตามความสุขที่ตัวเองคิดว่าตัวเองจะมีมากขึ้นในอนาคต โดยที่ไม่ได้ตระหนักว่าจริงๆแล้วความสุขและความสงบสามารถสร้างขึ้นได้ในตัวเอง พวกเราใช้เวลาและพลังงานของตัวเองไปในการวางแผนอนาคต แต่ในขณะเดียวกันก็ลืมที่จะใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ในขณะที่พวกเราหลายๆคนเชื่อว่า ความหวัง (hope) คือสิ่งที่สำคัญ คือสิ่งที่จะช่วยให้เราเดินทางไปถึงเป้าหมายที่เราตั้งไว้ให้ชีวิต เป็นสิ่งที่ทำให้เรามีกำลังใจที่จะมีชีวิตต่อ ท่านติช นัท ฮันห์ เชื่อว่าความหวังอาจจะเป็นอุปสรรคที่ทำให้เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะได้ ดังนั้นหากเราต้องการสร้างความสุขให้ตัวเอง ลองดึงตัวเองกลับมาอยู่ในปัจจุบันขณะให้มากขึ้นดู การใช้ชีวิตโดยที่เราตระหนักและมีสติอยู่ในปัจจุบันไม่ได้หมายถึงว่าเราไม่ได้มีแผนหรือเป้าหมายของชีวิตในอนาคต เรายังคงมีแผนหรือเป้าหมายของชีวิตได้ แต่แทนที่จะใช้เวลาและความคิดของเราอยู่ในอนาคต (หรืออดีต) เราใช้ชีวิตอยู่ในปัจจุบันมากขึ้น รู้สึกขอบคุณและมีความสุขกับสิ่งที่เรามีอยู่ในปัจจุบัน

2. เราสามารถฝึกสติได้ในชีวิตประจำวัน

เราไม่จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สฝึกสมาธิ หรือนั่งในที่เงียบๆสงบๆเพื่อที่จะฝึกการเจริญสติ การฝึกสติสามารถทำได้ในระหว่างที่เราใช้ชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเป็นในขณะที่เรานั่ง กินอาหาร ล้างจาน ในขณะที่เราเดิน ยืนรอคิว เข้าร่วมม็อบ? เราสามารถฝึกสติได้
การฝึกสติง่ายๆวิธีนึง ก็คือการฝึกสังเกตลมหายใจ ซึ่งน่าจะเป็นอะไรที่คนไทยชาวพุทธคุ้นเคยอยู่แล้ว หายใจเข้าพุท หายใจออกโธ คือสิ่งที่ฝนโดนสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ในหนังสือท่านติช นัท ฮันห์แนะนำว่าเราสามารถ ฝึกอยู่กับลมหายใจของตัวเอง เมื่อเราหายใจเข้า บอกตัวเองว่า หายใจเข้า ฉันรับรู้ว่าฉันกำลังหายใจเข้า และในขณะที่หายใจออก บอกกับตัวเองว่า หายใจออก ฉันรับรู้ว่าฉันกำลังหายใจออก
นอกจากนี้ท่านยังได้แนะนำว่า เราสามารถใช้เหตุการณ์หรือบางสิ่งอย่างในชีวิตประจำวันเพื่อเป็นสัญญาณเตือนให้เราฝึกสติได้ ท่านเรียกว่า Mindfulness Cues ซึ่งอาจจะเป็นอะไรก็ได้เลย อาจจะเป็นเสียงระฆังโบส หากคุณอยู่ในเมืองที่มีเสียงระฆัง ไฟแดง ประตูลิฟต์ขณะที่ขึ้นลิฟต์ ใช้สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นสัญญาณให้เราได้หยุด และรับรู้ลมหายใจเข้าออกของตัวเองในขณะนั้น ดึงตัวเองมาอยู่ในปัจจุบันขณะ

3. ขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงความรู้สึก

ในช่วงที่สองของหนังสือ ท่านได้เขียนถึงวิธีการเปลี่ยนแปลงความรู้สึกที่เข้ามรบกวนจิตใจของเราเพื่อนำความสงบกลับมาให้จิตใจของตัวเองอีกครั้ง โดย่ทานได้กล่าวถึงกระบวนการจัดการกับความรู้สึกของตัวเองไว้ว่า มีอยู่ 5 ขั้นตอน คือ
  • ขั้นตอนแรกในการจะจัดการกับความรู้สึกใดๆก็ตามก็คือ รับรู้และตระหนักได้ว่าตัวเองกำลังรู้สึกอะไรอยู่ในขณะนั้น สิ่งที่จะช่วยทำให้เรารับรู้และเท่าทันความรู้สึกของตัวเองได้ก็คือสติ การมีสติจะทำให้เราตระหนักความรู้สึกของตัวเองในขณะนั้นๆได้ เช่น หากคุณกำลังโกรธอยู่ก็รับรู้ว่า ตอนนี้ฉันกำลังมีอารมณ์โกรธนะ
  • ขั้นตอนที่สองก็คือ การยอมรับความรู้สึกที่เกิดขึ้น โดยที่ไม่ไปพยายามผลักใสพวกเขาออกไป ตัวอย่างเช่นหากคุณกำลังรู้สึกโกรธกับอะไรซักอย่างนึง คุณไม่จำเป็นต้องบอกตัวเองว่า ความรู้สึกโกรธคือสิ่งที่ไม่ดี ฉันไม่ต้องการความรู้สึกนี้ ออกไปไกลๆเลย ในทางกลับกัน คุณยอมรับว่าความรู้สึกโกรธเป็นหนึ่งในหลายๆความรู้สึกที่คุณสามารถมีได้ และยอมรับการมีตัวตนของพวกเขา
  • ขั้นตอนที่ 3 คือ การปลอบความรู้สึกนั้นๆให้สงบลง อยู่กับพวกเขาเหมือนแม่ที่กำลังปลอบลูกที่กำลังร้องไห้อย่างทะนุทนอม
  • ขั้นตอนที่สี่ คือการปลดปล่อยหรือปล่อยวางความรู้สึกนั้นๆ
  • ขั้นตอนที่ห้าคือลองพิจารณาความรู้สึกที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ขณะที่คุณได้ปล่อยวางและรู้สึกสงบลงแล้ว ลองใช้เวลาทบทวนมองไปให้ลึกๆว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้น ทำความเข้าใจสาเหตุและความรุ้สึก เพื่อที่คุณจะสามารถรับมือหรือเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณได้ในอนาคต

4. ดูแลเมล็ดพันธุ์ที่ดีในใจคุณ

เชื่อว่าเราเคยได้ยินคำคมที่ว่า หว่านพืชอะไร ก็เก็บเกี่ยวสิ่งนั้น จิตใจของเราก็เหมือนกัน หากเราเปรียบความรู้สึกความคิดต่างๆของเราเป็นเมล็ดพันธุ์ จิตใจของเราเป็นสวน ทุกๆครั้งที่เรามีความรู้สึกหรือความคิดอย่างหนึ่งเข้ามาในใจก็เหมือนเราหว่านเมล็ดพันธุ์นั้นในสวนของเรา สมมติว่ามีคนทำให้เราโกรธ ทำให้เราไม่พอใจ เราก็หว่านเมล็ดพันธุ์ความโกรธไว้ในใจเรา หากเราปล่อยให้เมล็ดพันธุ์นี้เติบโตและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยที่เราไม่จัดการกับพวกเขา ถึงจุดนึงสวนเราก็จะเต็มไปด้วยความโกรธ ในทางกลับกันหากเราต้องการให้สวนเราเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ความสงบ ความสดใส เราก็ต้องหมั่นหว่านเมล็ดพันธุ์พวกนี้

5. Interbeing

นอกจากการพูดถึงความสงบในใจของตัวเองแล้ว ท่านติช นัท ฮันห์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างความสงบในสังคมด้วยเช่นกัน โดยที่ท่านได้กล่าวว่าการมีชีวิตอยู่ของเราเป็น interbeing กับชีวิตของผู้อื่น การกระทำของเราและการกระทำของผู้อื่น การมีชีวิตอยู่ของเราและการมีชีวิตอยู่ของผู้อื่นนั้นส่งผลและมีความสัมพันธ์ต่อกันและกัน เราคือส่วนหนึ่งของสาเหตุของปัญหาหลายๆอย่างในโลกในปัจจุบัน เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้โลกร้อนขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะสามารถช่วยส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีให้เกิดขึ้นในโลก ในสังคมได้

“When you understand, you cannot help but love. You cannot get angry. To develop understanding, you have to practice looking at all loving beings with the eyes of compassion. When you understand, you cannot help but love. And when you love, you naturally act in a way that can relieve the suffering of people.” – Thich Nhat Hanh, Peace is Every Step

สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ฝนอยากให้ผู้อ่านได้เรียนรู้จากรีวิวหนังสือเล่มนี้คือ
เราสามารถฝึกการมีสติได้ในหลายๆขณะในการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ดึงตัวเองมาอยู่ในปัจจุบันเพื่อสร้างความสงบในจิตใจของตัวเองค่ะ

เวอร์ชั่นภาษาไทย
สันติภาพทุกย่างก้าว (Peace is Every Step)
ผู้แปล ประชา หุตานุวัตร, สุภาพร พงศ์พฤกษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *