Nutritional Psychiatry
Health,  Psychology

Nutritional Psychiatry การใช้อาหารเพื่อบำบัดโรคทางจิตเวช

งานวิจัยชี้ว่าการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean diet) และอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสามารถช่วยบำบัดและป้องกันโรคซึมเศร้าได้

ระหว่างที่นั่งหาข้อมูลเกี่ยวกับอาหารที่จะช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้น (หาอ่านเพราะอยากรู้เฉยๆ) ฝนก็ลองใช้คำเสริช “mood boosting food” อ่านไปอ่านมาก็เลยมาเจอว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีการศึกษาทางจิตวิทยาในสาขาใหม่ที่เรียกว่า “Nutritional Psychiatry” ซึ่งเป็นสาขาที่ศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างการกินอาหารโดยรวมกับการเจ็บป่วยทางจิตอย่างซึมเศร้าและวิตกกังวล ถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะได้มีการศึกษาเกี่ยวกับการใช้อาหารเสริมบางชนิด เช่น โอเมก้า-3 โฟเลต หรืออาหารบางชนิดเพื่อทำให้อาการของความผิดปกติทางจิตดีขึ้นก็ตาม

หลังจากเจอหัวข้อนี้ฝนเลยใช้เวลาตอนเช้าๆก่อนเริ่มงานของหลายวันที่ผ่านมา มานั่งอ่านบทความวิชาการและบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเว็บที่น่าเชื่อถือได้ ก่อนที่จะเริ่มเขียนสรุปออกมาในภาษาที่เข้าใจได้ง่ายมากขึ้น Nutritional Psychiatry ถือว่าเป็นสาขาที่น่าสนใจมากเลยทีเดียว หากฝนทำงานในสายนี้น่าจะเป็นสาขาที่ฝนอยากทำเป็นหัวข้องานวิจัยของตัวเอง ฮ่าๆๆ (ตอนฝนเรียนโทจิตวิทยาการปรึกษา ฝนทำงานวิจัยเรื่องการใช้ Acceptance and Commitment Therapy เพื่อลดความเครียด )

หลังจากงานวิจัยชิ้นแรกในสาขา Nutritional Psychiatry ได้รับการเผยแพร่ในปี 2009 ก็ได้เริ่มมีการศึกษาในสาขานี้เพิ่มมากขึ้น ผลสรุปของหลายงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ อาจจะเป็นทางเลือกที่สำคัญที่ทางเลือกหนึ่งในการใช้เพื่อเป็นการบำบัดเสริมสำหรับโรคทางจิตเวช อย่างไรก็ตามการใช้อาหารเพื่อเป็นวิธีบำบัดเสริมนั้น สามารถใช้ได้ในกลุ่มคนที่มีอาการซึมเศร้าหรือวิตกกังวลอ่อนๆถึงปานกลางเท่านั้น ไม่สามารถใช้ได้ผลในกลุ่มคนไข้ที่มีความคิดฆ่าตัวตายหรือมีอาการที่รุนแรง และก็แน่นอนว่าเนื่องด้วยการศึกษาในสาขานี้ยังค่อนข้างใหม่มาก งานวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการทำงานของอาหารที่ส่งผลต่อสุขภาพจิต และการศึกษาในประชาชนในวงกว้างมากขึ้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็น

อาหารส่งผลต่อความรู้สึกของเราได้ยังไง

เซโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสื่อประสาทที่ควบคุมการนอนหลับ ความหิว อารมณ์ และยับยั้งความเจ็บปวด และ 95% ของเซโรโทนินสร้างขึ้นในระบบทางเดินอาหารซึ่งมีเซลล์ประสาทอยู่หลายล้านเซลล์ ดังนั้นการที่ระบบย่อยอาหารของเราไม่ได้ทำหน้าที่แค่ย่อยอาหารเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวที่ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเรา

ดังนั้นสำหรับผู้ป่วยโรคซึมเศร้าที่ต้องใช้ยาต้านเศร้า เช่น sertraline และ fluoxetine เราจึงจะสามารถเห็นได้ว่าผลข้างเคียงจากยาเหล่านี้เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารเช่น ท้องเสีย อ๊วก ปากแห้ง เป็นต้น

นอกจากนั้นแบคทีเรียที่ดีที่อยู่ในลำไส้ของเรายังส่งผลกระทบต่อการทำงานของเซลล์ประสาทเหล่านี้และการสร้างสารวื่อประสาทเซโรโทนิน นอกจากนั้นแบคทีเรียที่ดีเหล่านี้ยังช่วยทำหน้าที่ในการต่อสู้กับแบคทีเรียที่ไม่ดีและชีวพิษที่เข้ามาสู่ระบบทางเดินอาหารของเรา ช่วยยับยั้งการติดเชื้อ ส่งเสริมระบบภูมคุ้มกัน ส่งสเริมกระบวนการขุบสารพิษ ช่วยทำให้ร่างกายของเราดูดซึมสารอาหารจากอาหารที่เรากินเข้าไปได้ดีขึ้น และยังช่วยกระตุ้นวิถีประสาทจากลำไส้ไปที่สมองด้วย

งานวิจัยหลายงานวิจัยศึกษาศึกษาเปรีบเทียบการบริโภคอาหารแบบดั้งเดิมเช่น การบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและการบริโภคอาหารแบบญี่ปุ่น กับการบริโภคอาหารแบบตะวันตก ผลงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบริโภคอาหารแบบดั้งเดิมช่วยลดความเสี่ยงของโรคซึมเศร้าได้ 25%-35% เมื่อเทียบกับการบริโภคอาหารแบบตะวันตก

การบริโภคอาหารแบบดั้งเดิมเช่นการบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและการบริโภคอาหารแบบญี่ปุ่นนั้นเน้นการบริโภคผัก ผลไม้ ธัญพืช ปลา อาหารทะเล และบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมและเนื้อไร้มันในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น และหลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารแปรรูปและน้ำตาลซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญของการบริโภคอาหารแบบตะวันตก

งานวิจัยหลายงานวิจัยชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างอาหารแปรรูป (Processed food) ลแะโรคเบาหวาน โรคอ้วนและโรคหัวใจ งานวิจัยหลายงานวิจัยยืนยันความสัมพันธ์ระหว่างการบริโภคน้ำตาลทรายขาวและการทำงานของสมองที่ impaired รวมไปถึงการทำให้อาการของ mood disorder เช่นโรคซึมเศ้าแย่ลง

อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม

ถึงแม้ว่าเมนูอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและเมนูอาหารของญี่ปุ่นจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่องค์ประกอบหลักๆในจานอาหารของอาหารทั้งสองประเภทนั้นย่อยออกมาแล้วก็จะมีองค์ประกอบที่คล้ายๆกัน ระหว่างที่กำลังอ่านข้อมูลเกี่ยวกับ Nutritional Psychiatry ฝนเลยแอบไปอ่านเกี่ยวกับ Mediterranean Diet แบบคร่าวๆมาด้วย (ไว้จะไปอ่านแบบเชิงลึกขึ้นในอนาคต) อาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียน คืออาหารจากประเทศที่อยู่รอบๆทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เช่น ฝรั่งเศส กรีซ อิตาลีและสเปน ที่ทำให้ฝนสนใจก็คือในการแนะนำการบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนนั้นเขาไม่ได้แนะนำแค่เรื่องอาหารว่าควรกินอะไร ควรหลีกเลี่ยงอะไรแค่นั้น แต่ในชาร์ตอาหารของเขายังรวมและแนะนำให้กินและแบ่งปันอาหารกับผู้อื่น พร้อมทั้งออกกำลังกายและแอคทีพ หลายคนจึงกล่าวว่าการบริโภคอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนนั้นไม่ใช่แค่การบริโภคอาหารเท่านั้น แต่คือ lifetyle

ข้างล่างนี้คืออาหารที่แนะนำให้กินอ้างอิงตามหลักการกินอาหารแบบเมดิเตอร์เรเนียนและญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม แต่กล่าวถึงอาหารที่หาได้วะดวกในไทยนะคะ

อาหารที่ควรกิน

  • ผัก จริงๆอันนี้ก็เอาผักตามฤดูกาล ตามที่หาซื้อสดๆได้ในท้องถิ่นที่เราอยู่ได้เลยค่ะ อย่างประเทศในแถบ อย่างในไทยเราก็อาจจะมีผักพื้นเมืองบางอย่างที่ไม่ได้มีในต่างประเทศ เช่น ใบเหลียง ซาโยเต้ และก็มีผักพื้นฐานที่หาได้ทั่วไปทั้งในต่างประเทศและในไทย เช่น มะเขือเทศ บล็อคโครี่ ผักโขม ดอกกระหล่ำ แครอท แตงกวา หอม เป็นต้น
  • ผลไม้ ก็เช่นเดียวกับผักค่ะ พยายามกินผลไม้ที่หาซื้อได้ในท้องถิ่น ตามฤดูกาล เพราะนอกจากจะได้ผลไม้ที่สดแล้ว ราคายังถูกกว่าการพยายามกินผลไม้นอกฤดูกาลด้วย ผลไม้ในบ้านเราที่หาซื้อได้ง่ายก็เช่น มะม่วง กล้วย แตงโม องุ่น สตรอเบอร์รี่ ส้ม ฝรั่ง แก้วมังกร
  • ถั่วและเมล็ดธัญพืชต่างๆเช่น เมล็ดดอกทานตะวัน อัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วเลนทิล ถั่วดำ ถั่วลิสง
  • ธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังและพาสต้าที่ทำจากโฮลเกรน ข้าวโพด
  • ไขมันไม่อิ่มตัว เช่น น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ อโวคาโด
  • ปลาและอาหารทะเล กินได้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่นอาทิตย์ละ 2 ครั้ง ปลาก็กินปลาที่เราหาซื้อสดได้ในที่ที่เราอยู่ อาหารทะเลอื่นๆ เช่น กุ้ง หอย หมึก
  • สัตว์ปีก เช่น ไก่ เป็ด นกกระทา กินได้ในปริมาณที่เหมาะสมที่ไม่ควรกินทุกวัน
  • ผลิตภันฑ์จากนมและไข่ เช่น นม โยเกิร์ต ชีส ไข่ กินได้ในปริมาณที่เหมาะสม
  • เนื้อสัตว์ ประเภทเนื้อแดง เช่น เนื้อหมู เนื้อวัว ควรกินน้อยๆ นานๆกินครั้ง

อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง

  • อาหารแปรรูป ต่างๆเช่น ไส้กรอก แฮม เบคอน
  • อาหารที่ใส่น้ำตาล เช่น น้ำอัดลม ไอศกรีม ชาไข่มุก ถ้าจะเขียนลิสต์แบบจริงๆของอาหารในกลุ่มนี้ที่เราควรหลีกเลี่ยง น่าจะเขียนได้ยาวมากกกกก ยิ่งในไทยของเราตอนนี้ร้านของหวานชิคๆน่ารักๆน่าตาน่ากินเยอะมากกกกกก เอาเป็นว่าผู้อ่านน่าจะมีไอเดียค่ะ ว่าอาหารกลุ่มไหนมีน้ำตาลส่วนเกินที่ร่างกายของเราไม่ได้ต้องการ คือเราคงไม่ต้องถึงขัดหยุดกินอาหารที่มีน้ำตาลสูง 100% แต่พยายามหลีกเลี่ยงหากเป็นไปได้ ไม่ทำให้การบริโภคน้ำตาลของตัวเองกลายเป็นนิสัย
  • อาหารที่มีไขมันทรานส์ เช่น เนยเทียม
  • น้ำมันสกัดธรรมชาติจากพืช เช่น น้ำมันถั่วเหลือง

อย่างที่ฝนได้กล่าวถึงในตอนต้นของบทความ งานวิจัยในสาขานี้ (Nutritional Psychiatry) ยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติมต่อยอดอีกมาก เพื่อทำความเข้าใจกลไกการทำงานของอาหารที่ส่งผลต่อการบำบัดโรคทางจิตเวชบางชนิด ยังต้องการการทดลองประสิทธิผลของโปรแกรมอาหารแบบต่างๆต่อการบำบัด และ/หรือป้องกันโรคทางจิตเวช ในกลุ่มประชากรที่ใหญ่ขึ้นหลากหลายขึ้น แต่ถึงแม้ว่าความรู้ในสาขานี้ยังค่อนข้างจะใหม่ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม lifestyle ของเราให้มีการบริโภคอาหารที่สมดุลมากยิ่งขึ้น ทานอาหารสดเช่นผัก ผลไม้ ทานโปรตีนที่ย่อยง่าย เช่นปลา มากขึ้น ลดการบริโภคอาหารแปรรูปและน้ำตาลลง ก็ไม่น่าจะผลเสียต่อสุขภาพโดยรวม (ทั้งร่างกายและจิตใจ) ของเราอย่างแน่นอนค่ะ

อ้างอิง

https://www.health.harvard.edu/blog/nutritional-psychiatry-your-brain-on-food-201511168626
https://www.psychiatrictimes.com/view/nutritional-psychiatry-gut-brain-connection
https://www.apa.org/monitor/2017/09/food-mental-health
https://www.cambridge.org/core/journals/proceedings-of-the-nutrition-society/article/nutritional-psychiatry-the-present-state-of-the-evidence/88924C819D21E3139FBC48D4D9DF0C08/core-reader
https://www.sciencedirect.com/science/article/pii/S0924977X19317237
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC5360575/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *