ทบทวนชีวิต
Life Reflection

ทบทวนชีวิตในวัย 31

31 ขวบแล้วจ้าาาาา และก็แน่นอนว่าตลอดช่วง 31 ปีที่ผ่านมานั้นฝนได้รับการดูแล ช่วยเหลือ ประคับประคองและเรียนรู้จากผู้คน สถานการณ์ และสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาหลายๆอย่างเลยอยากถือโอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณเล็กๆน้อยๆค่ะ

1. ขอบคุณพ่อและแม่

สิ่งแรกที่ฝนอยากขอบคุณและคิดว่าสำคัญที่สุดคือพ่อและแม่ค่ะ ฝนเกิดมาในครอบครัวชาวสวนธรรมดาๆ บ้านอยู่กลางหุบเขา พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ท่านทั้งคู่เลี้ยงดูฝนมาอย่างดี “อย่างดี” ในทีนี้ไม่ได้หมายถึงการตามใจหรือปรนเปรอสิ่งที่ฝนอยากได้นะคะ พ่อกับแม่สอนให้ฝนทำงานตั้งแต่เด็ก ทำทุกอย่างเท่าที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และต่อมาเด็กวัยรุ่นคนนึงจะสามารถทำได้ ตอนประถมฝนก็เริ่มหาเงินเองโดยการเก็บชมพู่ข้างบ้านแบ่งใส่ถุงและใส่พริกเกลือขายบนรถโรงเรียน ทำวุ้นกับน้ำเฮลบลูบอยไปฝากขายที่โรงอาหารของโรงเรียน เก็บมะนาว ชะอม และผักอื่นๆข้างบ้านขาย โตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มช่วยงานในสวนยางพารา ขายมิสทีนให้คนในหมู่บ้าน คุณครู และเพื่อนๆที่โรงเรียน วันวาไลนไทน์ก็หาซื้อดอกไม้มาขายเอากำไร นอกจากสอนให้ฝนรู้จักทำงานแล้ว อีกสิ่งนึงที่สำคัญมากที่ฝนได้เรียนรู้จากพ่อและแม่คือความอ่อนโยน ฝนโชคดีที่ได้โตมาในครอบครัวที่ทั้งพ่อและแม่เป็นตัวอย่างของความอ่อนโยน ถึงแม้ท่านทั้งคู่จะเลิกกันตอนฝนอายุ 15 แต่ฝนไม่เคยมีความทรงจำว่าพ่อแม่ทะเลาะด่าว่ากันรุนแรงก่อนที่จะเลิกกัน หลังจากเลิกกันแล้วทั้งพ่อและแม่ก็ยังคุยเป็นเพื่อนกันได้ดี ในความทรงจำของฝนพ่อและแม่ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย พ่อเป็นคนพูดน้อย เวลาที่พูดกันก็มักคุยกันเรื่องการทำมาหากิน ทั้งคู่ไม่ได้มานั่งนินทาว่ากล่าวผู้อื่น ซึ่งถือว่าสิ่งแวดล้อมที่ดีที่ฝนได้เติบโตขึ้นมา แน่นอนว่าท่านทั้งคู่ก็คงมีส่วนที่ไม่ดีที่ฝนไม่รู้ และนั่นก็เป็นอีกเรื่องนึง แต่ในฐานะของพ่อและแม่ที่เลี้ยงดูลูกขึ้นมา แล้วทำให้ความทรงจำของฝนที่มีต่อท่านคือความทรงจำที่ดี ก็ถือว่าท่านทั้งคู่ได้ทำหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดีแล้ว

2. ขอบคุณพ่อ

(ต้องมีการแยกขอบคุณ ฮ่าๆๆ เพราะในเชิงของ individual แล้วพ่อและแม่แตกต่างกันมาก ข้อแรกคือขอบคุณในหน่วยเดียวกัน หน่วยครอบครัว) ต้องขอขอบคุณพ่อที่สอนให้ฝนได้เรียนรู้ การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความมีน้ำใจ การรู้จักเรียนรู้ที่จะพึงพอใจและมีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ การเห็นความสวยงามในสิ่งเล็กๆน้อย การเลือกที่จะมองคนในแง่ดี พ่อไม่เคยได้มานั่งสอนหรือพูดกับฝนให้ฝนทำตัวอย่างนั้น อย่างนี้ แต่ฝนได้เรียนรู้สิ่งต่างๆเหล่านี้จากการที่พ่อได้ใช้ชีวิตของพ่อให้ดูเป็นแบบอย่าง

3. ขอบคุณแม่

ที่สอนให้ฝนเรียนรู้การขยันทำงาน รู้จักมีความทะเยอทะยานในด้านที่ดี รู้จักที่จะฝันให้ใหญ่แล้วพยายามทำความฝันให้เป็นจริง ตั้งแต่ฝนจำความได้ ในความทรงจำของฝน แม่มักจะทำงานเสมอ จนปัจจุบันแม่ก็ยังทำงานอยู่ แม่ไม่เคยอยู่กับที่ แม่มักจะพยายามพัฒนาชีวิตของตัวเองทีละเล็กทีละน้อย ตอนฝนอายุ 15 แม่ออกจากบ้านไปตัวเปล่า และแม่ก็ขยันทำงานเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยตัวเองอีกครั้ง ฝนจึงมีแนวทางที่แม่ใช้ชีวิตเป็นแบบอย่างในด้านของการทำงานและเดินทางความฝันและเป้าหมายที่ตัวเองได้ตั้งไว้

4. ขอบคุณคุณสามีอาร์ชี่

อาร์ชี่เป็นหนึ่งในคนที่มีน้ำใจที่สุดเท่าที่ฝนเคยเจอมา เราใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมาก ทำงานด้วยกัน อยู่บ้านด้วยกัน ไปเที่ยวด้วยกัน ขอบคุณอาร์ชี่ที่คอย support ฝนในสิ่งที่ฝนอยากทำ ขอบคุณท่าเต้นแปลกๆที่นางเต้นให้ดูเวลาที่ฝนไม่สบายใจ ขอบคุณที่ทำให้ฝนมีความอดทนทางจิตใจได้มากขึ้น ใจเย็นมากขึ้น ให้อภัยคนได้มากขึ้น

5. ขอบคุณ my best friend Mam

ที่ตั้งแต่เจอกันวันแรกในงาน CU first date จนตอนนี้ผ่านไป 10 กว่าปี แหม่มยังคงเป็นเพื่อนที่ดีเสมอ จริงๆอาจจะเป็นมากกว่าเพื่อนด้วยซ้ำ เป็นเหมือนน้องสาว/หรือพี่สาว เทพผู้พิทักษ์ ที่คอยช่วยเหลือฝนเสมอ เราไม่เคยทะเลาะกันเลยถึงแม้จะใช้เวลาอยู่ด้วยกันเยอะมาก แหม่มคอย support ฝนในทุกๆสิ่งทุกอย่าง เริ่มตั้งแต่ช่วยฝนทำงานโน่นนี่นั่นสมัยที่อยู่มหาลัยแล้วฝนรับงานกิจกรรมมาทำ คือสมัยก่อนนั้นฝนก็จะมักได้หน้าคนเดียวว่าเป็นคนรับผิดชอบในกิจกรรมนั้นๆ แต่แหม่มคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังและคอยช่วยเหลือฝนมาตลอด พอเรียนจบมาแหม่มก็มาช่วยทำให้ไอเดียเปิดโรงเรียนสอนพิเศษของฝนเป็นจริง หลังจากนั้นก็มาช่วยทำงานในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ฝนเชื่อว่าฝนน่าจะไม่สามารถผ่านการทำงานที่บางครั้งก็ดุเดือดมากในช่วง 6 ปีของฝนที่ผ่านมาได้โดยปราศจากความช่วยเหลือของแหม่ม

6. ขอบคุณทุกคนในครอบครัวของฝนที่พังงา

โก้น้ำ (พี่ชายที่น่ารัก), โก้ปลา (พี่ชายที่มีน้ำใจ ขอบคุณที่สมัยมหาลัยและหลังฝนเรียนจบใหม่ มักจะให้เงิน หรือให้ยืมเงินตลอด), น้าหญิง ป๋า และแมที่มักมีอาหารติดบ้านให้ฝนได้ไปกินเสมอ, น้าเหมียและอาหลาที่ช่วยเหลือตอนฝนเริ่มตั้งที่สอนพิเศษ, เกมที่คอยช่วยดูแลบ้านและน้องหมาน้องแมว, แป้งที่เข้ามาทำให้ฝนเรียนรู้ที่จะเป็นห่วงเป็นใยคนรุ่นหลังของครอบครัว

7. ขอบคุณ Be Quiet

ตาล ซาน กุ๊งกิ๊ง และแอน ที่ทำให้ชีวิตปอโทของฝนมีสีสันและคอยเตือนให้ฝนส่งงานเสมอ คอยตอบคำถามเวลาที่ฝนมีข้อสงสัย

8. ขอบคุณเพื่อนๆตั้งแต่สมัยมัธยมและมหาวิทยาลัย

ขอบคุณจ๊ะจ๋า อานนท์ พิ้ม แด็บ พี่โย พี่ออน พี่อ้อ น้องฝน น้องก้อนดิน เพื่อนๆส่วนใหญ่ฝนก็ไม่ค่อยได้ติดต่อพูดคุยด้วย แต่ก็คอยติดตาม update ข่าวคราวในชีวิตของทุกคนใน Facebook ฮ่าๆๆ ขอบคุณหลายๆคนที่ใช้ชีวิตเดินเครื่องไปข้างหน้าอย่างเต็มที่ ความสำเร็จของหลายๆคนก็เป็นแรงบันดาลใจให้ฝนเป็นอย่างดี

9. ขอบคุณอาจารย์และเพื่อนๆ

ภาคจิตวิทยาการปรึกษา มอชอ สถานที่ที่ทำให้ฝนได้เจอกับกลุ่มคนที่อ่อนโยนและมีน้ำใจอยู่ในที่ที่เดียวกันมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

10. ขอบคุณน้องๆที่ทำงานทุกคนที่ขยันทำงาน

ตั้งใจเรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา ถึงบางครั้งงานจะเยอะและ stressful ไปบ้าง แต่น้องๆทุกคนก็ช่วยกันทำให้เราผ่านไปได้ แล้วค่อยโตกันไปพร้อมกันนะคะ

11. ขอบคุณทุกคนในครอบครัวของอาร์ชี่

ที่ทำให้ฝนรู้สึกเป็นส่วนนึงของครอบครัว และดูเหมือนจะไว้ใจให้ฝนดูแลอาร์ชี่เป็นอย่างมาก ฮ่าๆๆ

12. ขอบคุณป๊ะป๋า (พ่อเลี้ยง) และป้าแอ๋ว (แม่เลี้ยง)

ที่คอยอยู่เคียงข้างดูแลพ่อและแม่ของฝน

13. ขอบคุณนักเขียนของหนังสือทุกเล่มที่ฝนได้อ่านมา

ชีวิตของฝนคงจะแตกต่างไปจากตอนนี้เป็นอย่างมากถ้าหากฝนไม่ได้อ่านหนังสือดีๆหลายๆเล่มที่ฝนอ่านและเอามาปรับใช้ในชีวิตของตัวเอง ขอบคุณ quote ต่างๆที่ฝนอ่านแล้วผ่านเข้ามาเป็นประโยคที่ช่วยดึงสติหรือให้ข้อคิดของฝนในขณะที่ฝนต้องอยู่ในสถานการณ์ต่างๆของชีวิต

14. ขอบคุณดอกไม้ ต้นไม้ ต้นหญ้า และความสวยงามต่างๆในธรรมชาติ

ที่คอยเป็นตัวดึงให้ฝนได้กลับมาอยู่ในปัจจุบันขณะเสมอเพื่อดื่มด่ำความสวยงามของสิ่งเหล่านี้

15. ขอบคุณ แพททริค พู หนูดี เจ้าโต สีส้ม ทอป ถุงเท้า น้องเป็ด

ที่เข้ามาทำให้ครอบครัวของฝนอบอุ่นขึ้น การได้ดูแลเด็กๆเหล่านี้ทำให้ฝนเรียนรู้การมี unconditional love การให้โดยไม่หวังอะไรตอบแทน

16. มีสิ่งที่อยากขอบคุณอีกเยอะ…..

17. และท้ายที่สุด ขอบคุณตัวเอง

สำหรับการดึงตัวเองกลับมาเสมอเมื่อรับรู้ว่าตัวเองกำลังหลงทาง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *