life update
Life

อัปเดตชีวิตต้นปี 2018

เมื่อคืนก่อนแหม่มส่งข้อความมาในไลน์กลุ่ม พร้อมทั้งเสนอว่าเราน่าจะมาอัปเดตชีวิตของกันและกันบ้าง

ช่วงนี้แหม่มยังอยู่ Florida และจะยังอยู่เมกาจนถึงเดือนกรกฎาคม

ตอนได้รับข้อความของแหม่ม ฝนปิดคอมไปแล้ว เลยตั้งใจว่าจะมาเขียนเล่าอัปเดตชีวิตของตัวเองให้พวกนางอ่านวันนี้หลังเลิกงาน เพราะไม่อยากพิมพ์ในมือถือ

ว่าแล้วก็เริ่มเลยแล้วกันจ้าาาาาาา


“Live your life by a compass, not a clock.” — Stephen R. Covey

อัปเดตชีวิตช่วงที่ผ่านมาของเค้าเหรอ? งั้นขอใช้ timeframe ตั้งแต่เริ่มปี 2018 เป็นจุดเริ่มต้นแล้วกันเน๊อะ

ตั้งแต่เริ่มปี 2018 มานี้เค้าและอาร์ชี่มีรูทีนที่เราทำเป็นประจำดังนี้ ทุกๆวันพฤหัสหลังเลิกงานจะเป็น Date night ซึ่งเป็นคืนที่เราทั้งสองจะไม่ทำงานที่บ้านหลังกลับมาจากออฟฟิศ และออกไปดูหลังหรือกินอาหารอร่อยๆกัน ร้านอาหารที่เค้าและอาร์ชี่ชอบกินบ่อยๆช่วงนี้ชื่อร้าน Francesca Pizzeria ซึ่งเป็นร้านอาหารอิตาเลียนใกล้ๆบ้าน อาร์ชี่ชอบสั่งเมนูพาสต้า ส่วนเค้าชอบสั่งเมนูปลาและสลัดพร้อมไวน์ 1 แก้ว

เหตุผลที่เลือกวันพฤหัสเป็น Date night นั้น อาร์ชี่บอก ก็เพราะว่าเป็นวันที่หนังใหม่เข้าโรง และเนื่องด้วยทั้งอาร์ชี่และเค้าชอบดูหนังกันทั้งคู่ จึงถือเป็นวันที่เหมาะต่อ Date night ของเรา ถ้า week ไหนไม่มีหนังที่เราสนใจอยากจะดู เราก็จะออกไปซื้อของ ซื้อหนังสือเล่มใหม่จาก Asia Books และกินข้าวนอกบ้านเฉยๆ

วันเสาร์- อาทิตย์ เป็นวันอิสระใครจะทำอะไรก็ได้ ปกติอาร์ชี่จะไปเล่น wakeboard ที่ Grand CanyonWater Park ทั้งสองวัน ส่วนเค้าจะไปกับนางแค่เฉพาะวันเสาร์ เพราะเค้าแค่ไปกินข้าวเช้าและอ่านหนังสือเล่นๆชิลๆ ประเด็นคือต้องเสียค่าเข้าครั้งละ 200 เค้าเลยไม่อยากไปบ่อย ฮ่าๆๆๆ

grand canyon water park
grand canyon water park
Grand Canyon Water Park
grand canyon water park
grand canyon water park
Grand Canyon Water Park, Chiang Mai

ในระหว่างวันจันทร์ -ศุกร์ เค้าและอาร์ชี่จะกินอาหารเช้าเหมือนเดิมทุกวัน เมื่อก่อนเรามักจะกินอาหารเช้านอกบ้าน แต่เดี๋ยวนี้เค้าไม่อยากเสียพลังงานในการคิดว่าจะกินอะไร ซึ่งมักจะยากลำบากเสมอ เพราะเค้ากับอาร์ชี่มักโต้เถียงกันเรื่องร้านอาหารที่จะกิน

เราเลยเริ่มทำอาหารเช้ากินกันเอง และกินเหมือนเดิมทุกวัน ซึ่งพบว่าเป็นสิ่งที่ดีมากกกกกกกกกก เพราะไม่ต้องคิดทุกเช้าว่าจะต้องกินอะไร ใช้เวลาในการทำ 10-15 นาที ได้นั่งกินอาหารเช้าแบบชิลๆที่บ้าน สงบๆ

รูทีนประจำวันจันทร์ – ศุกร์ของเค้าและอาร์ชี่ (ยกเว้นคืนวันพฤหัส) เป็นดังต่อไปนี้

หกโมงเช้า นาฬิกาของอาร์ชี่ปลุก นางตื่นไปชงกาแฟให้ตัวนางเองและของเค้า พร้อมทั้งเริ่มเขียนนิยายของนางที่โต๊ะอาหารในครัว ตอนนี้นางไม่มีโต๊ะทำงานที่บ้านแล้ว  เนื่องจากนางเอาโต๊ะของนางไปไว้ที่ออฟฟิศ ดังนั้นที่บ้านจึงมีแค่โต๊ะทำงานและจอ monitor ของเค้า

หกโมงครึ่ง นาฬิกาของเค้าปลุก เค้าลุกขึ้นไปอาบน้ำ

7-8 โมงเค้าทำงานวิจัย เขียนบทที่ 2 บ้าง อ่าน journal บ้าง บางวันตื่นสายหน่อยก็จะได้เขียนแค่ 7.30-8.00 am

8 โมงเค้าเริ่มทำอาหารเช้า ซึ่งประกอบไปด้วย ไข่กวน (ใช้ไข่ไก่ 4 ฟองผสมพริกไทย เกลือ และน้ำเปล่า จริงๆตามสูตรต้องใส่นมแต่เค้าชอบใส่น้ำเปล่ามากกว่า) พริกหยวก เห็ดแชมปิญอง หอมใหญ่ ผัดกับเนยและใส่พริกไทยกับเกลือไปหลังจากผัดจนสุกแล้ว ของอาร์ชี่มีมะเขือเทศเพิ่มเติม ส่วนของเค้ามีเบคอน ก็คือกินเบคอนทุกวันนั่นเอง ใช้เวลาในการทำอาหารเช้าแค่ 10-15 นาทีอย่างที่บอก หน้าตาอาหารเช้าของอาร์ชี่ก็จะเป็นดังในรูปนี้จ้า

อาหารเช้า

โดยปกติจะกินอาหารเช้าเสร็จตอน 8.30 am จากนั้นอาร์ชี่ก็จะล้างจาน เค้าก็ออกไปรดน้ำต้นไม้ แล้วกลับมาช่วยอาร์ชี่เช็ดจานให้แห้งแล้วเอากลับเข้าไว้ที่ชั้นวาง 8.50 am ขับรถออกจากบ้าน และฟังบทเรียนภาษาญี่ปุ่นในรถ  9.00-9.10 am ถึงที่ทำงาน หน้าตาโต๊ะทำงานของเค้าในปัจจุบันเป็นแบบนี้จ้า

โต๊ะทำงานแบบมินิมอล
Busy Rabbit

ช่วงอาหารกลางวันปกติเราจะไปกินข้าวที่ร้าน Basecamp Coffee House ซึ่งเป็นร้านกาแฟยอดฮิตสำหรับนักวิ่ง Trail Running ตั้งอยู่หลังมอชอ ตีนดอยสุเทพ เป็นร้านที่ชงกาแฟได้ถูกใจของเราทั้งคู่ ไม่เข้มจนเกินไป เค้าและอาร์ชี่ชอบดื่มกาแฟคั่วกลาง ถ้าวันไหนไม่ออกไป Basecamp เราก็สั่งอาหารพม่าจากร้านที่นิมมานและใช้บริการ Rabbit Line มาส่ง ค่าบริการในการไปซื้ออาหารและเอามาส่งที่ออฟฟิศคือ 93 บาท การสั่งอาหารมากินที่ออฟฟิศนี่เป็นกิจกรรมใหม่ของเรา เนื่องจากเห็นริยา น้องที่ทำงานทำเกือบทุกวัน เราก็แอบเลียนแบบนางจ้า บทสนทนาตอนสั่งอาหารก็เป็นประมาณนี้ เมนูโปรดของเค้าคือยำใบชาและยำใบมะขาม

ตอนเย็นหลังเลิกงานตอน 5 โมงเย็น อาร์ชี่ก็จะเล่นยิมอยู่ที่บ้าน นางกำลังสร้างกล้ามเนื้อแขนอยู่ ส่วนเค้าก็จะเดินหรือวิ่งแถวๆในหมู่บ้าน ถ้าวิ่งก็จะฟังเพลง Rock วงที่ชอบฟังมากคือ Red Hot Chili Peppers แต่ช่วง 1-2 weeks ที่ผ่านมาเน้นเดิน เพราะเค้ากำลังติด audio book ตอนเดินออกกำลังกายเค้าฟัง audio book ไปด้วย เรื่องที่ฟังตอนนี้ ชื่อเรื่อง A Little Life เขียนโดย Hanya Yanagihara ซึ่งเป็นหนังสือนิยายที่เค้าเพิ่งอ่านจบไปเดือนที่แล้ว เล่มหนามาก 700 กว่าหน้า แต่เค้าชอบมากเลยซื้อ audio book มาฟัง ตอนอ่าน version หนังสือติดมาก อ่านจนถึงตีหนึ่ง ตีสองทุกคืน เป็น week นรก  พออ่านจบก็โล่ง ฮ่าๆๆ ตอนนี้ก็ติด audio book ต่อ ซึ่งยาว 32 ชั่วโมง ตอนนี้ฟังไปแล้ว 25 ชั่วโมง อิอิ

แต่เค้าก็ไม่ได้ออกกำลังกายทุกวันหรอกนะ วันไหนขี้เกียจก็จะอาสาทำอาหารเย็นแทนอาร์ชี่ แต่โดยปกติอาร์ชี่จะเป็นคนทำอาหารเย็น ซึ่งมีอยู่แค่สองเมนูก็คือ พาสต้า และพิซซ่า เมื่อก่อนเค้าไม่ชอบกินพาสต้าที่พิซซ่าเลย แต่อย่างที่บอกว่าเดี๋ยวนี้เน้นความง่าย ก็กินบ่อยๆ กินๆไปเริ่มชินมันก็เริ่มอร่อย ฮ่าๆๆ ถ้าเค้าทำอาหารเย็นเมนูที่เค้ามักทำคือเมนูแกงกระหรี่ญี่ปุ่น เพราะง่ายทำง่ายและอาร์ชี่ชอบกิน

ในช่วงที่อาร์ชี่ทำอาหารเย็นเค้าก็ทำ project หาตังค์ส่วนตัว ซึ่งเป็น website ท่องเที่ยว ทำจนถึง 3 ทุ่มก็เลิกทำ คือจะไม่ทำงานเกิน 3 ทุ่ม หลังจากนั้นก็จะอาบน้ำ นอนอ่านหนังสือ หนังสือเล่มล่าสุดที่เพิ่งอ่านจบไปชื่อเรื่อง Never Let Me Go เขียนโดย Kazuo Ishiguro เป็น science fiction แบบแปลกๆหน่อย อ่านไปก็ depress ไป นางใช้ภาษาสวยใช้อุปมาอุปไมยเยอะ แต่เนื้อเรื่องแอบเศร้า ส่วนเล่มที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้ชื่อ The Goldfinch เพิ่งเริ่มอ่านได้ 50 หน้าจาก 900 กว่านี้เล่มนี้ก็หนามากเช่นกัน ปีนี้เค้าตั้งใจว่าจะอ่านหนังสืออย่างน้อยเดือนละ 2 เล่มหนังสืออะไรก็ได้ แต่มีวี่แววว่าส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือนวนิยาย ถ้าไม่อ่านหนังสือก่อนนอนเค้าก็มักจะอ่าน manga บนมือถือ หรือดู anime  พอรู้สึกง่วงก็จะเริ่มฟัง audio book แล้วก็หลับไป โดยตั้งให้ audio book ปิดตัวเองภายใน 15 นาที


ดูเป็นชีวิตที่ไม่ค่อยน่าตื่นเต้นหรือได้ทำอะไรมากมายเลยเน๊อะ แต่เค้าค่อนข้างรู้สึกพึงพอใจกับชีวิตตัวเองช่วงนี้มาก

เพราะเหมือนตัวเองกำลังเดินทางไปตามสิ่งที่ตัวเองต้องการ ตามความเร็วที่ตัวเองสบายใจ ไม่ได้แข่งกับใคร

เป้าหมายหลักๆของเค้าและอาร์ชี่ในปีนี้ก็มีอยู่ไม่กี่ข้อ บอกเลยแล้วกัน

  1. เค้าทำกลุ่มทดลองของงานวิจัยของเค้าเสร็จ เพื่อที่จะได้เริ่มกลับมาปั๊มลูกอีกครั้ง เพราะเค้ากับอาร์ชี่พิจารณาแล้วว่า การท้องไปด้วย ทำกลุ่มไปด้วย ทำงานไปด้วย ไม่น่าจะ work
  2. จริงจังมากขึ้นเกี่ยวกับการสร้างรายได้จากเว็บไซต์ของเราเอง ที่ไม่เกี่ยวกับงานของบริษัท
  3. พัฒนางานของบริษัทให้มีคุณภาพมากขึ้น มีกำไรมากขึ้น เพื่อที่เราจะได้มีเงินให้โบนัสกับคนในทีมมากขึ้น และพยายามให้ทีมสามารถทำงานอย่างเป็นอิสระจากเค้าและอาร์ชี่ได้มากขึ้น
  4. เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายมากขึ้น ส่วนนี้ทั้งเค้าและอาร์ชี่ได้ทดลองมาแล้วด้วยตนเอง แล้วพบว่า เมื่อเรากินอาหารที่ไม่มากจนเกินไป ไม่มันหรือเผ็ดจนเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เราก็จะรู้สึกดีมากขึ้น ส่งผลให้ทำงานได้อย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

โดยหลักๆก็มีแค่นี้แหละเจ้า ปีนี้ไม่เน้นท่องเที่ยว แต่ก็น่าจะมีบ้างประปราย เดือนหน้าจะไปพังงาอีกรอบ เนื่องจากลูกค้าที่เราทำการตลาดให้กำลังจะเปิด villa ที่ใหม่ เขาเลยอยากให้เราลองไปพักเองดูก่อนที่จะเริ่มเปิดบริการอย่างจริงจังในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ชื่อ villa คือ Coastal Escape Natai Beach

Coastal Escape
Coastal Escape
Coastal Escape Natai Beach
Coastal Escape
Coastal Escape
Coastal Escape Natai Beach

เดือนมิ.ย จะพาพ่อไปญี่ปุ่น ปลายปีน่าจะไปเมกาหรือไม่ก็ออสเตรเลีย พร้อมทั้งอยู่ๆเค้าก็รุ้สึกว่าอยากไปเที่ยวรัสเซีย แต่ต้องหาตารางเวลาให้เหมาะสมก่อน ถ้าปีนี้ไม่สามารถจัดเวลาให้ได้ ก็อาจจะเป็นปีหน้า

สิ่งที่เค้าอยากทำให้มากขึ้นก็คือการสื่อสารถามไถ่ข่าวคราว หรือพบเจอเพื่อนๆและครอบครัว ถ้าสังเกตจากรูทีนของเราก็จะเห็นว่าเราไม่ค่อยออกไปเจอผู้คนอะไรมากมาย คือไม่ค่อยไปสังสรรค์กับใครจริงๆ ฮ่าๆๆ อาร์ชี่มีออกไปดื่มเบียร์ที่เกสเฮาส์ที่นางรู้จักบ้างในคืนวันศุกร์ แต่นางก็ไปดื่มเบียร์แค่ขวดเดียวแล้วก็กลับ ส่วนเค้านั้นก็อยู่บ้านของเค้าไป ส่วนใหญ่เค้าก็จะเตือนตัวเองให้โทรหาพ่อและแม่บ่อยๆ ซึ่งก็ทำบ้าง แต่คิดว่าสามารถทำบ่อยกว่านี้ได้อีก กับพวกแกก็เหมือนกันเค้าก็มาคุยบ้างในไลน์กลุ่มแพพๆ แต่ก็ไม่ได้คุยกันจริงจังมากมาย ไม่ค่อยได้โทรคุยกัน หรือนัดเจอกัน ซึ่งสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เค้าอยากจะทำให้มากขึ้น อิอิ

ถ้าให้ตัวเองประเมินชีวิตของตัวเองในช่วงต้นปีที่ผ่านมา เค้าก็จะประเมินว่าพึงพอใจมาก เพราะเค้ากำลังเห็นตัวเองเดินไปอย่างช้าๆ ในเส้นทางที่เค้าอยากไป ชมนก ชมไม้ไปบ้าง ไม่รีบ ไม่กดดัน 🙂

อาทิตย์หน้าเค้าจะเริ่มทำกลุ่ม try out ของ group counseling ของเค้าแล้ว พอเสร็จ try out ก็จะเริมทำกลุ่มจริงซึ่งจะใช้เวลาสองเดือนกว่าๆ เพราะฉะนั้น ชีวิตของเค้าตั้งแต่อาทิตย์หน้าเป็นต้นไป อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรูทีนเกิดขึ้น อาจจะต้องให้เวลากับการทำงานวิจัยมากขึ้น ลดเวลาในการทำส่วนอื่นลง

หลังจากนี้ 3-4 เดือน หลังเสร็จการทำกลุ่มทดลองของงานวิจัยแล้ว แล้วเค้าจะกลับมา update อีกครั้งนะคะเพื่อนๆ จ๊วฟๆ love you

“On the ocean of life let your mind be the ship and your heart be the compass.” – James David Manning

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *