• life reflection
    Life Reflection

    วิกฤติทำให้ได้ทบทวนชีวิตของเรา

    ฝนว่าสถานการณ์ในปัจจุบันน่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองชีวิตใหม่ให้คนเป็นจำนวนมาก…หลายๆคนอาจจะเพิ่งได้เริ่มตระหนักเป็นครั้งแรกว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆในชีวิต อะไรคือสิ่งที่ตัวเองควรให้คุณค่า…หลายๆคนอาจจะเพิ่งได้เห็นคุณค่าของวันธรรมดาๆ สิ่งธรรมดาๆที่เราไม่เคยเห็นว่าสำคัญมาก่อน การมีอิสระที่จะได้ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปออกกำลังกาย ไปพบเจอผู้คน การได้ออกไปทำสิ่งที่อยากทำ การมีโอกาสได้หายใจอากาศที่บริสุทธิ์…หลายๆคนอาจจะเริ่มเห็นว่า หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในชีวิตคือส่ิงที่ไม่แน่นอน มีได้ก็เสียได้ ถ้าเรายิ่งยึดติด เรายิ่งทุกข์…หลายๆคนอาจจะจัดการกับความทุกข์ภายในใจของตัวเองด้วยการโทษสิ่งต่างๆภายนอก…หลายๆคนอาจจะรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากด้วยความสิ้นหวัง ในขณะที่คนบางกลุ่มออกมาทำสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ในการช่วยเหลือคนที่ขาดแคลนกว่าหากคุณยังคงมีบ้านให้อยู่ จงขอบคุณสิ่งที่คุณมีหากคุณอยากมีอาหารให้รองท้อง จงรับรู้ว่ามีหลายๆคนที่ไม่มีโอกาสนั้นหากคุณยังมีอินเตอร์เน็ตให้ทำงานที่บ้าน ให้ดูซีรีส์ ให้แชทกับเพื่อน จงขอบคุณสิ่งเหล่านั้น หลายๆคนไม่มีสิ่งเหล่านี้ บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากที่ต้องทำงานที่ frontline ในขณะที่รู้ตัวว่าตัวเองต้องเสี่ยงติดโรคเยอะแค่ไหนหากคุณยังมีคนที่รักที่ยังมีชีวิตอยู่ดี ไม่ป่วย ไม่หายไป จง cherish พวกเขา…บ่นรัฐบาล บ่นได้ เราควรบ่นต่อไป 555 แต่ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมขอบคุณสิ่งต่างๆที่เรามีอยู่ และพยายามช่วยเหลือคนที่เขาลำบากกว่าเราเมื่อเรามีโอกาส Be…

  • life reflection 2019
    Life Reflection

    ทบทวนชีวิตประจำปี 2019

    “The best way out is always through.” ― Robert Frost มาเขียนตามธรรมเนียมค่ะ เขียนเพื่อทบทวนตัวเอง เขียนเพื่อเอาไว้ย้อนมาอ่านในปีถัดๆไป สำหรับปีนี้ ปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่มีสิ่งที่น่าสนใจหลายๆอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ถือว่าเป็นเป็นที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ อารมณ์ และความรู้สึกที่หลากหลายมากค่ะ กลับไปย้อนอ่าน Life Reflection ของฝนในปีก่อนๆก็พบว่าบางปีชีวิตค่อนข้างราบรื่นมาก อยากไปเที่ยวไหนก็ไป งานก็ทำงานเหมือนเดิมที่ทำมาเหมือนทุกๆปี เหมือนค่อยๆล่องเรือในแม่น้ำที่สงบ แต่ปีนี้ชีวิตเหมือนเล่นรถไฟเหาะมากกกก คือจริงๆแล้วฝนไม่ชอบรถไฟเหาะ เวลาไปสวนสนุกก็จะไม่ขึ้น ชอบอะไรที่มันชิลๆสบายๆสวยๆ แต่ในชีวิตนั้นบางทีเราก็โดนจับขึ้นรถไฟเหาะโดยที่ไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือก เอาเป็นว่าขอสรุปทบทวนชีวิตประจำปีนี้เป็นหัวข้อกว้างๆเหมือนทุกปีอีกเช่นเคยแล้วกันนะคะ…

  • ครบรอบแต่งงาน
    Life Reflection

    ครบรอบแต่งงาน ปีที่ 6

    6 ปีจ้า ปีนี้ไม่ลืมวันครบรอบแต่งงานของเราจ้า ปีที่แล้วทั้งฝนและอาร์ชี่ลืมวันครบรอบแต่งงานของตัวเองเฉยเลย จนกระทั่งมีเพื่อนมา tag ในเฟส ปีนี้กลัวลืมฝนเลยพูดถึงทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ ฮ่าๆๆ ใช่ว่าจะวางแผนว่าจะทำอะไรที่พิเศษด้วยกันหรอก แค่อยากพูดถึงให้รู้สึก special ฮ่าๆๆๆ เพราะปีนี้ถือว่าเป็นปีที่พีคสุดในชีวิตคู่แต่งงานของเราตั้งแต่เราแต่งงานกันมา ไม่ง่ายเลยตั้งแต่ต้นปี ถ้าจะให้มโนตัวเลขคร่าวๆปีนี้เราจะมีประสบการณ์ด้านลบซัก 55 % กลางๆซัก 25% และมีความสุขดีซัก 20% นี่คือการประเมินจากคนที่คิดว่าตัวเองมองโลกในแง่ดีแล้วนะ ฮ่าๆๆ และตัวฝนเองก็ได้เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์เหล่านี้ได้เยอะ ได้รู้จักอาร์ชี่ในด้านที่ฝนไม่เคยรู้จักมาก่อน ถ้าให้ลองสรุปเป็นข้อสั้นๆถึงประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตคู่แต่งงานในปีนี้ ก็ได้ประมาณนี้ค่ะ การสื่อสารสำคัญมากกกกก บางครั้งการได้ยินสิ่งที่ผู้ส่งสารพูดออกมาอาจจะไม่เพียงพอ บางครั้งเราก็ต้องมองผ่านส่วนที่เป็นคำพูดไป และพยายามทำความเข้าใจถึงว่าอะไรคือความต้องการลึกๆของคนส่งสารกันแน่ อะไรเป็นตัวผลักดันให้เขาพูดหรือกระทำแบบนั้นออกมา…

  • ทบทวนชีวิต
    Life Reflection

    ทบทวนชีวิตในวัย 31

    31 ขวบแล้วจ้าาาาา และก็แน่นอนว่าตลอดช่วง 31 ปีที่ผ่านมานั้นฝนได้รับการดูแล ช่วยเหลือ ประคับประคองและเรียนรู้จากผู้คน สถานการณ์ และสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาหลายๆอย่างเลยอยากถือโอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณเล็กๆน้อยๆค่ะ 1. ขอบคุณพ่อและแม่ สิ่งแรกที่ฝนอยากขอบคุณและคิดว่าสำคัญที่สุดคือพ่อและแม่ค่ะ ฝนเกิดมาในครอบครัวชาวสวนธรรมดาๆ บ้านอยู่กลางหุบเขา พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ท่านทั้งคู่เลี้ยงดูฝนมาอย่างดี “อย่างดี” ในทีนี้ไม่ได้หมายถึงการตามใจหรือปรนเปรอสิ่งที่ฝนอยากได้นะคะ พ่อกับแม่สอนให้ฝนทำงานตั้งแต่เด็ก ทำทุกอย่างเท่าที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และต่อมาเด็กวัยรุ่นคนนึงจะสามารถทำได้ ตอนประถมฝนก็เริ่มหาเงินเองโดยการเก็บชมพู่ข้างบ้านแบ่งใส่ถุงและใส่พริกเกลือขายบนรถโรงเรียน ทำวุ้นกับน้ำเฮลบลูบอยไปฝากขายที่โรงอาหารของโรงเรียน เก็บมะนาว ชะอม และผักอื่นๆข้างบ้านขาย โตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มช่วยงานในสวนยางพารา ขายมิสทีนให้คนในหมู่บ้าน คุณครู และเพื่อนๆที่โรงเรียน วันวาไลนไทน์ก็หาซื้อดอกไม้มาขายเอากำไร นอกจากสอนให้ฝนรู้จักทำงานแล้ว อีกสิ่งนึงที่สำคัญมากที่ฝนได้เรียนรู้จากพ่อและแม่คือความอ่อนโยน…