เอเลนอร์สบายดี
Books

รีวิวหนังสือเอเลนอร์สบายดี Eleanor Oliphant Is Completely Fine

Everyone needs someone.

วันก่อนเห็นคนแชร์ในกลุ่มอ่านหนังสือแว๊บๆว่าหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาไทยและวางขายเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เลยถือโอกาสมารีวิวเสียหน่อย ฝนอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรกช่วงกลางปี 2018 หลังจากนั้นก็มีแอบกลับไปอ่านบาง chapter เป็นครั้งคราว ล่าสุดฝนเพิ่งให้หนังสือเล่มนี้ของตัวเองแก่พี่สาวของสามีไป แต่ฝนเองยังมีเวอร์ชั่น audiobook อยู่ ดูท่าแล้วเดือนนี้อาจจะได้ย้อนกลับไปฟังหนังสือเล่มนี้อีกรอบ

ฝนรู้จักหนังสือเล่มนี้หลังจากที่โพสรูปแชร์หนังสือ The Goldfinch โดย Donna Tartt บน Instagram ของตัวเองหลังจากที่อ่านจบ แล้วมีคนมาเม้นชวนคุยเรื่องหนังสือด้วย ตอนแรกเธอแนะนำให้อ่าน A Little Life โดย Hanya Yanagihara แต่ฝนบอกว่าอ่านแล้ว เธอเลยแนะนำหนังสือ Eleanor Oliphant Is Completely Fine ฝนก็เชื่อคนง่าย ฮ่าๆๆ ก็เลยไปตามไปหามาอ่านดู และก็พบว่าตัวเองชอบหนังสือเล่มนี้มาก และยังคงเป็นหนึ่งในนิยายที่ฝนชอบมากที่สุด

Eleanor Oliphant Is Completely Fine หรือแปลเป็นเวอร์ชั่นภาษาไทยว่า เอเลนอร์สบายดี เป็นเรื่องราวของ Eleanor หญิงสาวในวัย 29 ย่าง 30 เธอทำงานเป็นบัญชีในบริษัทกราฟฟิคดีไซน์ในเมือง Glasgow ประเทศสกอตแลนด์

Eleanor นางเป็นคนที่มีบุคลิกแปลกๆหน่อย มีปัญหาการเข้าสังคม เธอไม่มีเพื่อน ไม่เคยมีใครเคยมาหาเธอที่อพาร์ทเมนต์ ยกเว้นนักสังคมสงเคราะห์ และเธอก็เชื่อว่าเธอไม่ได้จำเป็นต้องมีเพื่อน เธอสามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้ เวลาที่เธอได้ยินเพื่อนที่ทำงานนินทาเกี่ยวกับตัวเธอ เธอก็จะไม่ได้เอามาใส่ใจอะไร

Eleanor ใช้ชีวิตเป็นรูทีนในแต่ละสัปดาห์วนซ้ำๆไป วันจันทร์ถึงวันศุกร์เข้าออฟฟิศไปทำงาน เย็นวันศุกร์แวะซื้อพิซซ่าแช่แข็งจาก Tesco และวอดก้าถูกๆ 2 ขวด ใช้ชีวิตช่วงเสาร์ อาทิตย์ดื่มวอดก้า นอนและกินพิซซ่า โดยไม่เจอผู้คน ตื่นเช้าวันจันทร์มาเริ่มวงจรชีวิตของเธอใหม่อีกครั้ง

เธอใช้ชีวิตเป็นวงจรอย่างนี้เป็นเวลาหลายปีจนกระทั่งวันนึงเธอไปคอนเสิร์ตที่เธอได้บัตรมาฟรีและไปแอบชอบนักร้องนำในวงนั้นเข้า เลยอยากเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้ตัวเองเหมาะสมกับการจะได้เป็นแฟนของนักดนตรีที่เธอตกหลุมรัก เธอซื้อมือถือ ซื้อคอมพิวเตอร์ สร้างบัญชี Twitter เพื่อเอาไว้ส่องนักดนตรีคนนี้ เธอพยายามเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของตัวเองให้ดีขึ้น เข้าร้านทำผม (ก่อนหน้านั้นเธอไม่เคยเข้ามาก่อน) ในขณะเดียวกันเธอและ Raymond หนุ่มไอทีคนใหม่ของออฟฟิศก็บังเอิญเจอคุณลุงล้มอยู่ข้างถนน เลยช่วยกันพาคุณลุงไปที่โรงพยาบาล และก็กลายเป็นจุดเริ่มต้นการมีความสัมพันธ์กับผู้อื่นซึ่งเป็นสิ่งที่นอกเหนือจากการใช้ชีวิตปกติของเธอ

นอกจากการมีบุคลิกภาพที่แปลกๆของเธอแล้ว Eleanor ยังมีแผลเป็นใหญ่ๆที่หน้าของเธอซึ่งมีมาตั้งแต่ที่เธอยังเป็นเด็กอยู่ ความสัมพันธ์ของเธอกับแม่ของเธอ (เธอคุยโทรศัพท์กับแม่ของเธออาทิตย์ละหนึ่งครั้ง) และเรื่องราวบาดแผลในอดีตของเธอก็เป็นจุดนึงของเรื่องที่ทำให้น่าสงสัยว่าจริงๆแล้วมันเกิดอะไรขึ้น ฝนเองก็อ่านไปสงสัยไป และพออ่านถึงตอนที่เรื่องราวเปิดเผยออกมาก็ต้องยอมรับว่า เป็นการเดินเรื่องที่ตัวเองไม่ได้คิดเอาไว้ก่อน

การเล่าเรื่องของหนังสือเล่มนี้ เล่าเรื่องผ่านมุมมองของ Eleanor เองซึ่งเธอมีมุมมองที่แปลกๆในขณะเดียวกันก็ตลกหน้าตาย ดังนั้นถึงแม้ว่าถ้าอ่านเรื่องย่อคร่าวๆอาจจะดูเหมือนว่าเป็นเรื่องราวที่ดูน่าเศร้าและเครียด แต่จริงๆแล้วก็มีส่วนที่ตลกและหัวเราะออกมาดังๆได้เยอะเหมือนกัน
นอกจากนี้ฝนชอบความจิ้นกันเล็กๆของ Eleanor และ Raymond อย่างที่บอกว่าเรื่องราวเล่าผ่านมุมมองของ Eleanor และเวลาที่เธอไม่เห็นว่า Raymond สนใจในตัวเธอมากกว่าเพื่อน ทั้งๆที่หลายๆอย่างน่าจะช่วยเป็นตัวบ่งบอกได้ ค่อนข้างที่จะน่ารัก ใสๆดี 🙂 Raymond น่าร๊ากกกกก อุอิ งุงิ

ธีมหลักของหนังสือคือการใช้ชีวิตอยู่อย่างโดเดี่ยวและความเดียวดายของ Eleanor และหลังจากที่เรื่องราวดำเนินไปเรื่อยๆเราก็จะได้รู้ว่า ไม่มีใครอยากที่จะใช้ชีวิตอย่างเดียวดายและไม่มีเพื่อนหรอก และการแสดงความมีน้ำใจเล็กๆน้อยๆของคนคนนึงอาจจะช่วยเยียวยาหัวใจ และเปลี่ยนแปลงเส้นทางชีวิตของเราได้

โดยรวมแล้วถ้าคุณอยากอ่านนิยายที่ไม่ได้มี plot เว้อวังอะไรมากมาย แต่เป็นหนังสือที่บรรยายได้ดีที่ทำให้คุณสัมผัสถึงความรู้สึกต่างๆของตัวเอกของเรื่องได้อย่างชัดเจน ฝนแนะนำให้ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูค่ะ (ช่วยเขาขายของเก่งตลอดดดดดด) มีบางช่วงที่ฝนอ่านแล้วก็สัมผัสกับความเหงาของ Eleanor ได้อย่างชัดเจนและเศร้าไปกับเธอด้วย บางช่วงที่อดที่จะหัวเราะไม่ได้จากมุมมองแปลกๆของเธอ การที่นักเขียนสามารถดึงอารมณ์ของคนอ่านได้เยอะขนาดนี้ในมุมมองของฝน ถือว่าเป็นงานเขียนที่น่าสนใจค่ะ 🙂

Favorite Quotes

If someone asks how you are, you are meant to say FINE. You are not meant to say that you cried yourself to sleep last night because you hadn’t spoken to another person for two consecutive days. FINE is what you say.
These days, loneliness is the new cancer—a shameful, embarrassing thing, brought upon yourself in some obscure way. A fearful, incurable thing, so horrifying that you dare not mention it; other people don’t want to hear the word spoken aloud for fear that they might too be afflicted, or that it might tempt fate into visiting a similar horror upon them.
Although it’s good to try new things and to keep an open mind, it’s also extremely important to stay true to who you really are.
“When you’re struggling hard to manage your own emotions, it becomes unbearable to have to witness other people’s, to have to try and manage theirs too.”
Sometimes you simply needed someone kind to sit with you while you dealt with things.
“In the end, what matters is this: I survived.” I gave him a very small smile. “I survived, Raymond!” I said, knowing I was both lucky and unlucky, and grateful for it.

Final Thought

ฝนเชื่อว่าเราบางคนก็คงจะมีคนรู้จักที่มีบุคลิกคล้ายๆกับ Eleanor ดูไม่ค่อยอยากเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม อาจจะดูแปลกๆต่างจากคนทั่วไปบ้าง หากมีโอกาสลองแสดงน้ำใจเล็กๆแก่พวกเขาดูได้นะคะ เพื่อเป็นสะพานเชื่อมถึงพวกเขา ไม่มีใครอยากเดียวดาย มนุษย์เป็นสัตว์สังคมและเราแต่ละคนก็อยากมีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในสังคมหน่วยเล็กๆที่ตัวเองยู่ค่ะ

ฉบับภาษาไทย
เอเลนอร์สบายดี
แปลจากหนังสือ: Eleanor Oliphant is Completely Fine
ผู้เขียน: Gail Honeyman
ผู้แปล: ธิดารัตน์ เจริญชัยชนะ
สำนักพิมพ์: Earnest
พิมพ์ครั้งที่ 1 — ตุลาคม 2563

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *