• รับมือกับความรู้สึกผิดหวังเสียใจ
    Psychology,  Self-Improvement

    9 เทคนิครับมือกับความรู้สึกผิดหวังเสียใจ

    “If we will be quiet and ready enough, we shall find compensation in every disappointment.” Henry David Thoreau ฝนเชื่อว่าทุกคนเคยผ่านความรู้สึกผิดหวังมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นความผิดหวังเล็กๆน้อยๆ หรือบางคนเจอความผิดหวังอย่างมากที่อาจจะทำให้ตัวเองรู้สึกตัวเองจะไม่สามารถก้าวผ่านมันไปได้เลย หลายๆคนเมื่อต้องเผชิญกับความผิดหวังทำให้รู้สึกสิ้นหวังและคิดว่าตัวเองเป็นคนล้มเหลว บางคนโทษตัวเอง รู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความสามารถพอที่จะเป็นตัวเองในแบบที่ตัวเองอยากเป็นได้ รู้สึโกรธตัวเอง หลายๆคนโทษผู้อื่นต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อผู้อื่นไม่สามารถทำตามที่ตัวเองคาดหวังเอาไว้ได้ หลายๆคนโทษสังคม โทษประเทศ โทษชีวิต การเรียนรู้ที่จะยอมรับและจัดการกับความรู้สึกของตัวเองเมื่อต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังและเสียใจเป็นเรื่องที่สำคัญ หากเรามีวิธีการจัดการกับความรู้สึกผิดหวังเสียใจที่เกิดขึ้นที่ดี ความรู้สึกผิดหวังเหล่านี้อาจจะช่วยทำให้เราเติบโตขึ้นในเชิงบุคคล…

  • best time quotes
    Quotes

    20 คำคมเกี่ยวกับเวลา ข้อคิดดีๆเรื่องเวลากับชีวิต

    อยากมีเวลาพักผ่อนที่มากขึ้น? อยากมีเวลาทำงานที่มากขึ้น? อยากใช้เวลากับคนในครอบครัวให้มากขึ้น? อยากเจอเพื่อนที่คุณชอบได้บ่อยขึ้น? อยากมีเวลาเรียนสกิลใหม่ๆ? ฝนเชื่อว่า หลายๆคนน่าจะมีความอยากที่จะทำอะไรซักอย่างกับเวลาของเราที่ตอนนี้เรายังไม่ได้ทำอยู่ วันนี้ฝนเลยเอาคำคมเกี่ยวกับเวลาที่ฝนชอบมาฝากค่ะ สำหรับฝนการใช้เวลาให้มีคุณค่าและเกิดประโยชน์นั้นไม่ได้หมายถึงฝนต้องทำงานเยอะๆ ทำอะไรที่คนอื่นดูเหมือนว่าเป็นกิจกรรมที่ควรทำหรือมีประโยชน์ การใช้เวลาอย่างมีคุณค่าของฝนอาจจะหมายถึงการได้นอนหลับพักผ่อนให้ครบ 8 ชั่วโมงต่อคืน การได้ใช้เวลากับเพื่อนที่ฝนชอบ กับครอบครัว การได้ทำกิจกรรมที่ตัวเองชอบ การผ่อนคลาย เช่น ทำอาหาร อ่านหนังสือ ดูอนิเมะ เดิน เป็นต้น  คำคมเกี่ยวกับเวลาที่ฝนเอามาฝากวันนี้ ฝนขอแบ่งออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆด้วยกันนะคะก็คือ การอยู่ในปัจจุบันขณะ การหาเวลาเพื่อทำสิ่งที่เราอยากทำ การจัดอันดับความสำคัญของสิ่งที่อยากทำและคุณค่าของเวลาค่ะ การอยู่ในปัจจุบันขณะ การเรียนรู้ที่จะอยู่ในปัจจุบันขณะ ทำสิ่งที่ตัวเองต้องทำในขณะนี้คือสิ่งที่ฝนให้ความสำคัญและอยากทำให้ได้มากที่สุดเมื่อพูดถึงการใช้เวลา…

  • วิธีตื่นเช้า
    Self-Improvement

    10 วิธีตื่นเช้า เทคนิคการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนตื่นเช้า

    หลายๆคนอยากจะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนที่ตื่นเช้าขึ้นไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม เช่น เปลี่ยนที่ทำงานใหม่แล้วต้องเดินทางออกจากบ้านเร็วขึ้น ต้องตื่นเช้ามาซ้อมกีฬา ออกกำลังกาย หรือบางคนอาจจะเหมือนฝนที่อยากตื่นเช้าขึ้นมาเพื่อที่จะได้มีเวลาทำกิจกรรมที่ฝนชอบเป็นการส่วนตัว เช่น เขียน และอ่าน มากขึ้น ฝนพบว่าการเขียนตอนเช้านั้นทำได้ง่าย และมีสมาธิกว่าการพยายามเขียนตอนเย็นหลังเลิกงานหลังจากที่ใช้พลังงานในการทำงานมาทั้งวัน อีกอย่างในตอนเช้าฝนจะค่อนข้างโฟกัสได้ดีกว่าเนื่องจากไม่มีสิ่งรบกวนอื่นๆ  แต่ไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้คุณอยากจะเปลี่ยนตัวเองเป็นคนที่ตื่นเช้าขึ้น วันนี้ฝนเอาเทคนิคการตื่นเช้ามาฝากค่ะ 1. ค่อยๆเลื่อนเวลาตื่นให้เช้าขึ้นทีละเล็กทีละน้อย หากคุณอยากเริ่มต้นเป็นคนตื่นเช้า แนะนำให้ค่อยๆเลื่อนเวลาตื่นให้เช้าขึ้นวันละ 15-20 นาที อย่าพยายามเปลี่ยนแบบกระทันหัน เช่น หากปัจจุบันคุณตื่นเวลา 8 โมงเช้าแล้วเป้าหมายของคุณคือตื่น 6 โมงเช้า หากคุณเริ่มด้วยการตั้งนาฬิกาปลุกให้เช้าขึ้น 2 ชั่วโมงโดยทันที คุณอาจจะทำได้แค่ไม่กี่วัน แต่ยากที่จะทำให้มันกลายเป็นนิสัยโดยระยะยาว…

  • life reflection
    Life Reflection

    วิกฤติทำให้ได้ทบทวนชีวิตของเรา

    ฝนว่าสถานการณ์ในปัจจุบันน่าจะช่วยเปลี่ยนแปลงมุมมองชีวิตใหม่ให้คนเป็นจำนวนมาก…หลายๆคนอาจจะเพิ่งได้เริ่มตระหนักเป็นครั้งแรกว่าอะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆในชีวิต อะไรคือสิ่งที่ตัวเองควรให้คุณค่า…หลายๆคนอาจจะเพิ่งได้เห็นคุณค่าของวันธรรมดาๆ สิ่งธรรมดาๆที่เราไม่เคยเห็นว่าสำคัญมาก่อน การมีอิสระที่จะได้ออกไปเดินเล่นนอกบ้าน ไปออกกำลังกาย ไปพบเจอผู้คน การได้ออกไปทำสิ่งที่อยากทำ การมีโอกาสได้หายใจอากาศที่บริสุทธิ์…หลายๆคนอาจจะเริ่มเห็นว่า หลายๆสิ่งหลายๆอย่างในชีวิตคือส่ิงที่ไม่แน่นอน มีได้ก็เสียได้ ถ้าเรายิ่งยึดติด เรายิ่งทุกข์…หลายๆคนอาจจะจัดการกับความทุกข์ภายในใจของตัวเองด้วยการโทษสิ่งต่างๆภายนอก…หลายๆคนอาจจะรับมือกับสถานการณ์ยากลำบากด้วยความสิ้นหวัง ในขณะที่คนบางกลุ่มออกมาทำสิ่งที่ตัวเองสามารถทำได้ในการช่วยเหลือคนที่ขาดแคลนกว่าหากคุณยังคงมีบ้านให้อยู่ จงขอบคุณสิ่งที่คุณมีหากคุณอยากมีอาหารให้รองท้อง จงรับรู้ว่ามีหลายๆคนที่ไม่มีโอกาสนั้นหากคุณยังมีอินเตอร์เน็ตให้ทำงานที่บ้าน ให้ดูซีรีส์ ให้แชทกับเพื่อน จงขอบคุณสิ่งเหล่านั้น หลายๆคนไม่มีสิ่งเหล่านี้ บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมากที่ต้องทำงานที่ frontline ในขณะที่รู้ตัวว่าตัวเองต้องเสี่ยงติดโรคเยอะแค่ไหนหากคุณยังมีคนที่รักที่ยังมีชีวิตอยู่ดี ไม่ป่วย ไม่หายไป จง cherish พวกเขา…บ่นรัฐบาล บ่นได้ เราควรบ่นต่อไป 555 แต่ในขณะเดียวกันเราต้องไม่ลืมขอบคุณสิ่งต่างๆที่เรามีอยู่ และพยายามช่วยเหลือคนที่เขาลำบากกว่าเราเมื่อเรามีโอกาส Be…

  • writing
    Life,  Self Care

    บันทึกประจำวันปี 2020

    Saturday, Jan 11, 2020| เริ่มต้นนิสัยการเขียนและนั่งสมาธิประจำปีโดยการเริ่มเขียนวันละ 1 ประโยคและนั่งสมาธิวันละ 1 นาที Sunday, Jan 12, 2020| สั่ง Grab Groceries เป็นครั้งแรก Monday, Jan 13, 2020 | เปลี่ยนกฎการเขียนใหม่แทนที่จะเขียนวันละ 1 ประโยค เปลี่ยนเป็นเขียนวันละ 1 นาที วันนี้เริ่มไปยิมเพื่อเรียนรู้การเล่น weight training เป็นครั้งแรก personal…

  • หนังสือที่อ่าน
    Books

    หนังสือที่”อ่านจบ”ในปี 2019

    “Good friends, good books, and a sleepy conscience: this is the ideal life.” ― Mark Twain ปีนี้อ่านหนังสือจบไป 50 เล่ม เป็นหนังสือจริงจังบ้าง เรื่อยเปื่อยบ้าง สวยงามบ้าง ไม่สวยงามบ้าง อ่านยำๆกันไป I finished reading 50 books this year. My Top…

  • life reflection 2019
    Life Reflection

    ทบทวนชีวิตประจำปี 2019

    “The best way out is always through.” ― Robert Frost มาเขียนตามธรรมเนียมค่ะ เขียนเพื่อทบทวนตัวเอง เขียนเพื่อเอาไว้ย้อนมาอ่านในปีถัดๆไป สำหรับปีนี้ ปี 2019 เป็นอีกปีหนึ่งที่มีสิ่งที่น่าสนใจหลายๆอย่างเกิดขึ้นในชีวิต ถือว่าเป็นเป็นที่อัดแน่นไปด้วยความทรงจำ อารมณ์ และความรู้สึกที่หลากหลายมากค่ะ กลับไปย้อนอ่าน Life Reflection ของฝนในปีก่อนๆก็พบว่าบางปีชีวิตค่อนข้างราบรื่นมาก อยากไปเที่ยวไหนก็ไป งานก็ทำงานเหมือนเดิมที่ทำมาเหมือนทุกๆปี เหมือนค่อยๆล่องเรือในแม่น้ำที่สงบ แต่ปีนี้ชีวิตเหมือนเล่นรถไฟเหาะมากกกก คือจริงๆแล้วฝนไม่ชอบรถไฟเหาะ เวลาไปสวนสนุกก็จะไม่ขึ้น ชอบอะไรที่มันชิลๆสบายๆสวยๆ แต่ในชีวิตนั้นบางทีเราก็โดนจับขึ้นรถไฟเหาะโดยที่ไม่มีทางเลือกอื่นให้เลือก เอาเป็นว่าขอสรุปทบทวนชีวิตประจำปีนี้เป็นหัวข้อกว้างๆเหมือนทุกปีอีกเช่นเคยแล้วกันนะคะ…

  • ครบรอบแต่งงาน
    Life Reflection

    ครบรอบแต่งงาน ปีที่ 6

    6 ปีจ้า ปีนี้ไม่ลืมวันครบรอบแต่งงานของเราจ้า ปีที่แล้วทั้งฝนและอาร์ชี่ลืมวันครบรอบแต่งงานของตัวเองเฉยเลย จนกระทั่งมีเพื่อนมา tag ในเฟส ปีนี้กลัวลืมฝนเลยพูดถึงทุกวันตั้งแต่วันจันทร์ ฮ่าๆๆ ใช่ว่าจะวางแผนว่าจะทำอะไรที่พิเศษด้วยกันหรอก แค่อยากพูดถึงให้รู้สึก special ฮ่าๆๆๆ เพราะปีนี้ถือว่าเป็นปีที่พีคสุดในชีวิตคู่แต่งงานของเราตั้งแต่เราแต่งงานกันมา ไม่ง่ายเลยตั้งแต่ต้นปี ถ้าจะให้มโนตัวเลขคร่าวๆปีนี้เราจะมีประสบการณ์ด้านลบซัก 55 % กลางๆซัก 25% และมีความสุขดีซัก 20% นี่คือการประเมินจากคนที่คิดว่าตัวเองมองโลกในแง่ดีแล้วนะ ฮ่าๆๆ และตัวฝนเองก็ได้เรียนรู้และเติบโตจากประสบการณ์เหล่านี้ได้เยอะ ได้รู้จักอาร์ชี่ในด้านที่ฝนไม่เคยรู้จักมาก่อน ถ้าให้ลองสรุปเป็นข้อสั้นๆถึงประสบการณ์และสิ่งที่ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชีวิตคู่แต่งงานในปีนี้ ก็ได้ประมาณนี้ค่ะ การสื่อสารสำคัญมากกกกก บางครั้งการได้ยินสิ่งที่ผู้ส่งสารพูดออกมาอาจจะไม่เพียงพอ บางครั้งเราก็ต้องมองผ่านส่วนที่เป็นคำพูดไป และพยายามทำความเข้าใจถึงว่าอะไรคือความต้องการลึกๆของคนส่งสารกันแน่ อะไรเป็นตัวผลักดันให้เขาพูดหรือกระทำแบบนั้นออกมา…

  • เดินป่า
    Life

    เดินไปด้วยกัน

    ในเช้าของวันที่อากาศสดใสเมื่อสัก 2-3 ปีก่อน ฝนและเพื่อนอีกหนึ่งคนได้ไป hike ขึ้นดอยด้วยกัน ปกติแล้วเวลา hike รวมๆก็จะใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงกว่าๆ ในขณะที่เดินไปฝนก็คุยกับเพื่อนไปเรื่อยๆ ฝนเป็นคนเดินนำแล้วเพื่อนเดินตามหลัง ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฝนวิ่งบ่อย ร่างกายก็จะฟิตหน่อย หลังจากเดินไปได้ซัก 40 นาที ฝนก็ยังโอเคอยู่ ยังไม่ได้รู้สึกเหนื่อยอะไรมาก ซักพักฝนก็ได้ยินเพื่อนเรียกชื่อฝนบอกว่าให้หยุดก่อน ขอพัก นางไม่ไหวและ ฝนจึงหยุดและหันกลับมาหานาง ก็เห็นว่าหน้านางซีดปากซีด คือดูเหมือนคนกำลังจะเป็นลม เราจึงตัดสินใจเดินกลับกัน สองสามวันนี้ เหตุการณ์นี้ย้อนกลับมาให้ฝนคิดถึงและ reflect ตัวเองหลายๆครั้งในแต่ละวัน รับรู้ว่าบางครั้งตัวเองก็มองไปข้างหน้าอย่างเดียวมากเกินไป รู้ว่า”ตัวเอง” ต้องการจะเดินไปทางไหน แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาเดิน…

  • ทบทวนชีวิต
    Life Reflection

    ทบทวนชีวิตในวัย 31

    31 ขวบแล้วจ้าาาาา และก็แน่นอนว่าตลอดช่วง 31 ปีที่ผ่านมานั้นฝนได้รับการดูแล ช่วยเหลือ ประคับประคองและเรียนรู้จากผู้คน สถานการณ์ และสิ่งต่างๆที่ผ่านเข้ามาหลายๆอย่างเลยอยากถือโอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณเล็กๆน้อยๆค่ะ 1. ขอบคุณพ่อและแม่ สิ่งแรกที่ฝนอยากขอบคุณและคิดว่าสำคัญที่สุดคือพ่อและแม่ค่ะ ฝนเกิดมาในครอบครัวชาวสวนธรรมดาๆ บ้านอยู่กลางหุบเขา พ่อแม่ไม่ได้ร่ำรวยเงินทอง แต่ท่านทั้งคู่เลี้ยงดูฝนมาอย่างดี “อย่างดี” ในทีนี้ไม่ได้หมายถึงการตามใจหรือปรนเปรอสิ่งที่ฝนอยากได้นะคะ พ่อกับแม่สอนให้ฝนทำงานตั้งแต่เด็ก ทำทุกอย่างเท่าที่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ และต่อมาเด็กวัยรุ่นคนนึงจะสามารถทำได้ ตอนประถมฝนก็เริ่มหาเงินเองโดยการเก็บชมพู่ข้างบ้านแบ่งใส่ถุงและใส่พริกเกลือขายบนรถโรงเรียน ทำวุ้นกับน้ำเฮลบลูบอยไปฝากขายที่โรงอาหารของโรงเรียน เก็บมะนาว ชะอม และผักอื่นๆข้างบ้านขาย โตขึ้นมาอีกหน่อยก็เริ่มช่วยงานในสวนยางพารา ขายมิสทีนให้คนในหมู่บ้าน คุณครู และเพื่อนๆที่โรงเรียน วันวาไลนไทน์ก็หาซื้อดอกไม้มาขายเอากำไร นอกจากสอนให้ฝนรู้จักทำงานแล้ว อีกสิ่งนึงที่สำคัญมากที่ฝนได้เรียนรู้จากพ่อและแม่คือความอ่อนโยน…